<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Itthigorn &amp; Partners</title>
	<atom:link href="https://itthigorn.com/language/th/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://itthigorn.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sat, 28 Sep 2024 12:33:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.9.4</generator>

<image>
	<url>https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2023/04/cropped-itthigorn-Logo-150x-02-32x32.png</url>
	<title>Itthigorn &amp; Partners</title>
	<link>https://itthigorn.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ฟ้องร้องต่อสู้คดี ประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้นอย่างไร?</title>
		<link>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b2/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1/1585/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Sep 2022 11:18:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กฎหมายอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายแพ่งและพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างทนาย]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างทนายคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างทนายคดีแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างทนายครอบครองปรปักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างทนายฟ้องหย่า]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทนายฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าใช้จ่ายในการตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าใช้จ่ายในการฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าใช้จ่ายในการฟ้องหย่า]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาทค่าใช้จ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องแบ่งสินสมรสค่าธรรมเนียม]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราค่าจ้างทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราค่าจ้างว่าความ]]></category>
		<category><![CDATA[เรียกค่าเลี้ยงดูจากสามี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://itthigorn.com/?p=1585</guid>

					<description><![CDATA[<div class="entry-summary">
บทความนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการที่เราจะประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้นอย่างไรในการฟ้องร้องต่อสู้คดีคดี 1 เรื่อง เพื่อประเมินความพร้อมเบื้องต้นในการเรียกร้องความยุติธรรมครับ
</div><div class="link-more"><a href="https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b2/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1/1585/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> &#8220;ฟ้องร้องต่อสู้คดี ประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้นอย่างไร?&#8221;</span>&#8230;</a></div>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-medium-font-size">บทความนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการที่เราจะประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้นอย่างไรในการฟ้องร้องต่อสู้คดีคดี 1 เรื่อง เพื่อประเมินความพร้อมเบื้องต้นในการเรียกร้องความยุติธรรมครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong><strong>ค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องต่อสู้คดี</strong></strong> ใน<strong>คดีแพ่ง</strong></h2>



<h2 class="wp-block-heading">การฟ้องคดี (ฝั่งโจทก์)</h2>



<p class="has-medium-font-size">1 ค่าทนายความ ซึ่งตรงนี้จะแล้วแต่วิธีการคิดเงินของทนายแต่ละท่านนะครับ หาให้ประเมินเบื้องต้นให้ประมาณดังนี้ครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">1.1 การเขียนคำฟ้องคำให้การปกติจะใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 5 วันทำการขึ้นไปครับแล้วแต่ความยากง่ายของคดีครับ เนื่องมาจากว่าการเขียนคำฟ้องหรือคำให้การ หรือแม้แต่คำร้องต่างๆ (ขอเรียกรวมๆว่าคำคู่ความนะครับ) ที่ใช้ในการต่อสู้คดีนั้นเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เพราะต้องบรรยายถึงองค์ประกอบต่าง ๆ รวมถึงข้อเท็จจริง ที่ใช้ในการต่อสู้คดีครับ ดังนั้นโดยทั่วไปในการเขียนคำคู่ความนั้นอย่างแรกที่ทนายจะต้องทำหลังจากที่ได้รวบรวมข้อเท็จจริงต่าง ๆ จากลูกความจนครบสมบูรณ์แล้ว หากเป็นคำฟ้องทนายก็จะนำมาหาข้อต่อสู้และประเด็นข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี แต่ถ้าเป็นคำให้การจำเป็นที่จะต้องอ่านคำฟ้องของฝ่ายตรงข้ามอย่างละเอียดซึ่งบางครั้งคำฟ้องและเอกสารแนบมีเป็นร้อย ๆ ฉบับก็มีครับ ตรงนี้จะใช้เวลาหนึ่งถึงสองวันเป็นอย่างน้อยครับ หากเป็นคดีที่มีความซับซ้อนมากก็จำเป็นที่จะต้องประชุมทีมทนายซึ่งก็จะใช้เวลานานขึ้นอีกเป็นเท่าตัวครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">เมื่อสรุปข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ทนายจึงจะเริ่มตรวจสอบเช็คข้อกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งระยะเวลาตรงนี้ขึ้นกับความซับซ้อนของเคสครับ ปกติจะใช้เวลาตั้งแต่ 3 วันทำการขึ้นไปครับ หลังจากนั้นทนายก็จะเริ่มร่างคำคู่ความจะใช้เวลาอีกประมาณสองถึงสามวันครับเพราะเนื่องจากว่าต้องตรวจสอบการบรรยายต่าง ๆ ว่าขาดตกบกพร่องตรงไหนหรือเปล่าหรือมีจุดอ่อนจุดแข็งในคำคู่ความอย่างไร ซึ่งตรงนี้จะรวมถึงการประเมินด้วยว่าหากเราเขียนคำฟ้องหรือคำให้การนี้แล้วฝ่ายตรงข้ามจะต่อสู้อย่างไรด้วยครับเรียกได้ว่าเป็นการประเมินทั้งคดีตั้งแต่เริ่มต้นครับเพราะหลังจากนี้แล้วการต่อสู้คดีจะปรับปรุงตามแผนที่เราได้วางไว้ตั้งแต่ครั้งแรกนี้ครับถึงจุดนี้เราก็จะทราบพยานที่จะต้องใช้และแนวทางในการสืบพยานรวมถึงประเมินผลได้คร่าว ๆ ครับ ดังนั้นส่วนคำคู่ความนี้เรียกได้ว่าเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในการทำงานครับ เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็จำทำการจัดทำเอกสารต่าง ๆ เพื่อเตรียมยื่นฟ้องต่อไปครับ</p>



<h3 class="has-medium-font-size wp-block-heading">การคิดค่าทนายสามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะครับ</h3>



<p class="has-medium-font-size">1.1.1 คิดค่าวิชาชีพโดยวิธีการเหมาทั้งคดี ตรงนี้จะเป็นจำนวนที่ค่อนข้างสูงครับ ถ้าไม่จ่ายเต็มทั้งก้อน การแบ่งจ่ายจะขึ้นกับคดีครับ เช่น จ่ายเมื่อเริ่มงาน 50 &#8211; 60% ก้อนแรกจะเป็นจำนวนที่สูงเพราะตามที่ได้กล่าวไปแล้วครับว่าการเขียนคำคู่ความ เช่น คำฟ้อง คำให้การ คำร้องขอ ตั้งต้นคดีนั้นเป็นส่วนสำคัญที่สุดเพราะเป็นตัวกำหนดแนวการการทำงานของทั้งคดีครับ ส่วนงวดต่อไปก็อาจจะเป็นการแบ่งจ่ายงวดเดียวหรือสองงวดก็ได้แล้วแต่ตกลงกันกับทนายครับ </p>



<p class="has-medium-font-size">1.1.2 คิดค่าวิชาชีพส่วนหนึ่ง ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกส่วนหนึ่ง ตรงนี้จะถูกกว่าแบบแรกหน่อยถ้าคดีจบเร็ว แต่อาจจะแพงกว่าถ้าคดียืดเยื้อครับ เนื่องมากจากว่าการเก็บแบบนี้นั้นจะเป็นการจ่ายค่าวิชาชีพในการเขียนคำคู่ความ คำฟ้อง คำให้การ คำร้องขอตั้งต้นคดี ก้อนหนึ่ง และค่าทนายความไปศาลต่อครั้งอีกก้อนหนึ่งครับ ส่วนที่จะเสียเรื่อย ๆ คือส่วนหลังนี้ครับเพราะหากคดีไปหลายนัดก็อาจจะเสียมากกว่าลักษณะแรกก็ได้ แต่ถ้าไปครั้งสองครั้งส่วนใหญ่จะน้อยกว่าลักษณะแรกครับ เพราะในลักษณะแรกจะต้องประเมินทุกค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ไปด้วยไว้แล้วครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">1.2 การยื่นคำฟ้อง คำร้องหรือคำให้การ 1 วัน </p>



<p class="has-medium-font-size">1.3 การต่อสู้คดีหรือสืบพยานอย่างน้อยประมาณ 3 วันทำการ</p>



<p class="has-medium-font-size">1.4 วันฟังคำพิพากษา 1 วันทำการ</p>



<p class="has-medium-font-size">ถึงตรงนี้ให้นำจำนวนวันในข้อ 1.1 + 1.2 + 1.3 + 1.4 เท่ากับอย่างน้อย 10 วันทำการครับ จากนั้นคูณด้วยค่าตัวทนายต่อวัน แล้วเราจะรู้ค่าตัวทนายได้อย่างไร? แนะนำว่าใช้ประเมินจากค่าตัวของเราต่อวันครับ เช่นถ้าเราได้เงินเดือนเดือนละ 30,000 บาทค่าตัวเราก็ตกวันละ 1,000 บาท เราก็นำตัวเลขนี้คูณกับจำนวนวันข้างต้นครับ ก็จะเป็นเงินรวมทั้งสิ้นประมาณ 10,000 บาทครับ ทั้งนี้เป็นการประเมินคร่าวๆนะครับ ค่าตัวทนายและวันทำการอาจมากหรือน้อยกว่านี้ก็เป็นไปได้ครับ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าคดีที่ฟ้องร้องต่อสู้คดีนั้นทนายความต้องเดินทางข้ามจังหวัดไปต่อสู้คดีให้ด้วยหรือเปล่านะครับ ค่าตัวทนายตรงนี้สูงต่ำแตกต่างกันไปครับ ทนายบางท่านทำคดีเยอะมากและคดีมีมูลค่าสูง ๆ บางครั้งคดีที่ต่ำกว่าแสนท่านก็จะไม่รับเลยก็มีครับ ในส่วนนี้จึงประเมินได้เบื้องต้นคร่าว ๆ จริง ๆ ครับ แนะนำว่าถามทนายท่านไปเลยง่ายที่สุดครับว่าคดีเราข้อเท็จจริงอย่างนี้คิดค่าทนายเท่าไร แต่ตรงนี้ต้องระวังนะครับ เพราะคำตอบที่ได้มาจะขึ้นกับข้อเท็จจริงที่ท่านให้นะครับ แนะนำว่าบอกให้ครบถ้วนดีที่สุดครับ แต่ถ้าเกรงว่าทนายจะรู้ความลับไม่อยากให้รู้เยอะโดยเล่าข้อเท็จจริงไม่ครบทุกด้านการให้คำปรึกษาหรือหลักกฎหมายที่ปรับใช้ก็อาจจะตรงกับข้อเท็จจริงที่ลูกความเล่าเท่าที่อยากให้ทนายได้ยินครับ แต่อาจจะไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ๆ ได้ครับ ก่อนที่จะตกลงว่าจ้างจึงต้องระลึกไว้เสมอนะครับว่าข้อกฎหมายที่ใช้และราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้หลังจากที่ทนายได้ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด เนื่องจากว่าข้อเท็จจริงที่ได้รับนั้นมีผลต่อทั้งการหาข้อกฎหมาย การหาหลักฐานและการสืบพยานต่าง ๆ ครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ราคาจะต้องสรุปให้เสร็จสิ้นก่อนตกลงว่าจ้างครับ เพราะตัวลูกความที่ใช้บริการจำเป็นที่จะต้องเห็นภาพรวมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดำเนินคดีครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">ทำไมต้องเสียเงินจ้างทนายด้วย? ต้องเรียนว่ามีคดีบางประเภทที่ไม่จำเป็นต้องจ้างทนายครับซึ่งเราจะเขียนในบทความต่อ ๆ ไปของเราภายหน้านะครับ แต่ถ้าเป็นคดีที่ซับซ้อนอาจจะจำเป็นที่จะต้องจ้างทนายมาช่วยเหลือเพื่อไม่ให้เสียเปรียบในทางกฎหมายจากฝ่ายตรงข้ามครับ เพราะการสู้คดีในศาลนั้นเราไม่ได้ใช้กฎหมายแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่งครับต้องดูทั้งระบบ นอกจากนี้ยังมีระบบและวิธีพิจารณาคดีที่ต้องคำนึงถึงอีกต่างหาก ดังนั้นคดีที่ข้อเท็จจริงเหมือน ๆ กันแต่ผลของคดีอาจจะแตกต่างกันได้เสมอครับ ขึ้นอยู่กับข้อกฎหมายที่เรายกไปใช้และการนำพยานเข้าสืบในชั้นศาลครับ สรุปก็คือ ทนายคือคนที่จะมาช่วยเราในการเรียกร้องความยุติธรรม แก้ปัญหาและต่อสู้กับทนายฝ่ายตรงข้ามเพื่อคุ้มครองประโยชน์สูงสุดให้กับเราครับ ดังนั้นเป็นทางเลือกครับในทุกคดีที่เกี่ยวกับตัวเราเอง เราจะมีหรือไม่มีทนายความก็ได้ครับ<br>ทนายเป็นอาชีพให้บริการอย่างหนึ่งดังนั้นเป็นธรรมดาที่เมื่อเราใช้บริการก็จำเป็นที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายให้เขาครับ ซึ่งปัจจุบันมีหลายหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนฟรีโดยเขาจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้แทนประชาชน หาทุนทรัพย์น้อยมากจริง ๆ อาจจะลองไปติดต่อหน่วยงานนั้น ๆ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">2 ค่าธรรมเนียมศาล(ค่าขึ้นศาล) ตรงนี้จะเป็นค่าธรรมเนียมที่เสียให้ศาลนะครับ ไม่เกี่ยวกับค่าทนายความแล้วซึ่งตามตาราง 1 ท้ายประมวลวิธีพิจารณาความแพ่งมีอัตราดังนี้ครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2.1 ถ้าเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์จะเสียค่าธรรมเนียมศาล 200 บาทครับ คดีไม่มีทุนทรัพย์เช่น ฟ้องขับไล่ ฟ้องหย่า แบ่งกรรมสิทธิ์ของเจ้าของรวม ให้ไปจดทะเบียนตามสัญญา เป็นต้นครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2.2 ถ้าเป็นคดีมีทุนทรัพย์ซึ่งไม่เกิน 300,000 บาท จะเสียค่าขึ้นศาล 2% ของสามแสนแต่สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท ครับ เช่น ฟ้องเรียกเงินกู้ยืมจำนวน 200,000 บาท ซึ่ง 2% ของ 200,000 บาทเท่ากับ 4,000 บาทดังนั้นต้องเสียค่าขึ้นศาลจำนวน 1,000 บาท ครับ แต่ถ้าฟ้องเรียกเงินจำนวน 20,000 บาท ก็จะเสียค่าขึ้นศาล 2% ของเงิน 2 หมื่นเท่ากับ 400 บาท เพราะไม่เกิน 1,000 บาทเป็นต้นครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2.3 ถ้าเป็นคดีมีทุนทรัพย์ หากทุนทรัพย์นั้นเกิน 3 แสนแต่ไม่เกิน 50,000,000 บาทจะเสีย 2% ของทุนทรัพย์นั้นครับ เช่น ฟ้องละเมิดเรียกค่าเสียหาย 100,000 บาท จะเสียค่าธรรมเนียมศาล 2,000 บาทครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แต่ถ้าทุนทรัพย์ที่เรียกร้องนั้นเกิน 50,000,000 บาทนั้นส่วนที่เกินจะคิดที่ 0.1% ของทุนทรัพย์ครับ เช่น ฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายตามสัญญาจำนวน 50,100,000 บาท จะเสียค่าธรรมเนียมศาล 2% ของ 50ล้านบาทแรกเท่ากับ 2,000 บาท และ 0.1% ของ 100,000 บาทหลังอีก 100 บาท รวมเป็นเงินค่าธรรมเนียมศาลทั้งสิ้น 2,100 บาทครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">3 ค่าส่งคำคู่ความในกรณีที่เป็นโจทก์ฟ้องคดีเราจำเป็นที่จะต้องเสียเงินค่าส่งคำฟ้องของเราให้กับจำเลยในคดีด้วยทุกคนครับ ซึ่งค่าส่งนั้นจะเป็นเท่าไรขึ้นกับว่าภูมิลำเนาของจำเลยแต่ละคนนั้นอยู่ที่ใดบ้าง ในการหาค่าส่งคำคู่ความนั้นให้คำนวณได้จาก<a href="https://fees.coj.go.th/courtfees" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ลิงค์นี้</a>ครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading">คำให้การ (ฝั่งจำเลย)</h2>



<p class="has-medium-font-size">1 ค่าทนายความก็คำนวณเช่นเดิมเหมือนในส่วนของโจกท์ครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">2 ค่าธรรมเนียมศาล ในส่วนนี้ถ้าไม่ได้มีการฟ้องแย้งเป็นคดีมีทุนทรัพย์ไม่เสียครับ แต่ถ้ามีการฟ้องแย้งเป็นคดีมีทุนทรัพย์ก็จะเสียค่าขึ้นศาลเหมือนในส่วนของโจทก์ครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องต่อสู้คดี กรณีคดีผู้บริโภคบ้าง</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">1 ค่าทนายความก็คำนวณเช่นเดิมเหมือนในคดีแพ่งครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">2 ค่าขึ้นศาลตรงนี้เสียที่ 2% ของทุนทรัพย์ครับแต่สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท</p>



<p class="has-medium-font-size">3 ค่าส่งคำคู่ความคำนวณได้จาก<a href="https://fees.coj.go.th/courtfees" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ลิงค์นี้</a>ครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ในส่วนคดีแพ่งเมื่อชนะคดีแล้วใช่ว่าจะได้เงินทันทีครับ เรายังต้องทำการบังคับคดีเพื่อยึดอายัดทรัพย์สินของจำเลยมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาด้วยซึ่ง</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องต่อสู้คดี กรณีคดีอาญา</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">1 ค่าทนายความเช่นเดิมดังที่กล่าวไว้ข้างต้นครับ แต่จะแตกต่างจากในคดีแพ่งนิดหน่อยตรงที่ ในฝั่งจำเลยนั้นกฎหมายกำหนดให้ศาลถามจำเลยว่าจำเลยประสงค์ที่จะมีทนายความหรือไม่ ซึ่งถ้าจำเลยไม่มีทรัพย์สินพอที่จะจ้างทนาย ตรงนี้ก็ขอศาลท่านได้ครับว่าขอให้หาทนายว่าความให้หน่อย ท่านก็จะจัดหาทนายความขอแรงมาว่าความให้เราครับ โดยที่ทนายความขอแรงนั้นจะเป็นทนายความที่ไปขึ้นทะเบียนในศาลนั้น ๆ ครับ การได้รับค่าตอบแทนของทนายขอแรงศาลท่านจะจัดหาค่าตอบแทนให้ตามระเบียบอยู่แล้วครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">2 ค่าขึ้นศาลตรงนี้ไม่เสียค่าขึ้นศาลครับ เว้นแต่เราเรียกค่าสินไหมทดแทนในส่วนแพ่งไปด้วยตรงนี้เสียค่าธรรมเนียมศาลเหมือนในคดีแพ่งครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">3 ค่าส่งคำคู่ความเช่นกันครับคำนวณได้จาก<a href="https://fees.coj.go.th/courtfees" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ลิงค์นี้</a>ครับ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อยากดำเนินคดีอาญา แจ้งความร้องทุกข์ ฟ้องร้องคดีอาญาต่อศาล ใครสามารถดำเนินคดีอาญาได้บ้าง?</title>
		<link>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b2/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%84/1404/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Mar 2022 05:33:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กฎหมายอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[การดำเนินคดีอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายคดีอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[ดำเนินคดีอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[ตำรวจไม่รับแจ้งความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายคดีอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาคดีอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้เสียหาย]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องคดีอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องร้องคดีอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[ร้องทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[หาทนายคดีอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[หาทนายอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งความ]]></category>
		<category><![CDATA[ใครฟ้องคดีอาญาได้บ้าง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://itthigorn.com/?p=1404</guid>

					<description><![CDATA[<div class="entry-summary">
เมื่อมีการกระทำความผิดอาญาเกิดขึ้น ใครบ้างนอกจากผู้เสียหายที่จะมีสิทธิฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาหากผู้เสียหายไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเอง
</div><div class="link-more"><a href="https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b2/%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%84/1404/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> &#8220;อยากดำเนินคดีอาญา แจ้งความร้องทุกข์ ฟ้องร้องคดีอาญาต่อศาล ใครสามารถดำเนินคดีอาญาได้บ้าง?&#8221;</span>&#8230;</a></div>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h2 class="wp-block-heading">อยากดำเนินคดีอาญา แจ้งความร้องทุกข์ ฟ้องร้องคดีอาญาต่อศาล ใครสามารถดำเนินคดีอาญาได้บ้าง?</h2>



<p class="has-medium-font-size">ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่าใครที่กฎหมายให้อำนาจในการฟ้องคดีอาญาต่อศาลได้บ้าง ผู้ที่มีอำนาจดังกล่าวได้แก่ 1 พนักงานอัยการ 2 ผู้เสียหาย กฎหมายให้อำนาจกับบุคคลสองกลุ่มนี้เท่านั้นที่มีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาลได้ ถ้าในกรณีที่ผู้เสียหายฟ้องเอง ต่อมาภายหลังยื่นฟ้องแล้วตายลง บุคคลที่มีสิทธิจะดำเนินคดีต่อไปได้ได้แก่ บุพการีตามกฎหมายและตามความเป็นจริง ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยาตามกฎหมายครับ แต่ถ้าคดีนั้นพนักงานอัยการเป็นผู้ยื่นฟ้องแม้ว่าผู้เสียหายจะตายลงคดีก็ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้โดยพนักงานอัยการครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">การที่เราไปแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจนั้นจะเป็นการขอให้ภาครัฐดำเนินการแทนผู้เสียหาย เจ้าพนักงานตำรวจเมื่อได้รับการแจ้งความร้องทุกข์จากผู้เสียหายแล้วก็จะทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาความจริงทั้งความผิดและความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา เมื่อได้ความจริงแล้วก็จะทำการสรุปสำนวนพร้อมกับทำความเห็นว่าควรสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องเท่านั้นแล้วส่งต่อไปที่อัยการครับ เมื่ออัยการได้รับสำนวนและความเห็นแล้วก็จะเป็นอำนาจของท่านอัยการในการสั่งไม่ฟ้องหรือสั่งฟ้องและนำคดีขึ้นสู่ศาลต่อไป จะเห็นได้ว่าพนักงานอัยการก็คือบุคคลกลุ่มที่ 1 ที่กล่าวไว้ข้างต้นนั่นเอง</p>



<p class="has-medium-font-size">ในส่วนของบุคคลกลุ่มที่ 2 นั้นหากมองว่าการดำเนินการวิธีแรกมันนานไป หรือติดปัญหาหลายอย่าง แจ้งความแล้วคดีไม่คืบหน้า ตำรวจไม่รับแจ้งความ ไล่ไปหาหลักฐานเองบ้าง ทำให้ผู้เสียหายนั้นอยากฟ้องคดีอาญาด้วยตนเอง กฎหมายไทยเปิดโอกาสให้สามารถกระทำได้ครับ ผู้เสียหายสามารถตั้งทนายหรือไม่ตั้งก็แล้วแต่ ยื่นฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาเพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำความผิดเองได้ครับ ในกรณีการดำเนินการฟ้องร้องคดีอาญาด้วยตนเองนั้นจะต้องไม่ใช่ความผิดที่รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหายครับ ความผิดที่รัฐเท่านั้นที่เป็นผู้เสียหายเช่น ความผิดตาม พรบ จราจรทางบกเป็นต้น</p>



<h2 class="wp-block-heading">คดีอาญามีกี่ประเภท?</h2>



<p class="has-medium-font-size">คดีอาญานั้นจะมี 2 ประเภทด้วยกันครับ ได้แก่</p>



<p class="has-medium-font-size">1 ความผิดต่อส่วนตัว เป็นความผิดที่กฎหมายกำหนดไว้ว่าผู้เสียหายสามารถตกลงเจรจาเพื่อยอมความกันได้ เมื่อยอมความกันแล้วคดีอาญาก็จะเป็นอันระงับไปและไม่สามารถนำมาฟ้องคดีอาญาได้ใหม่ครับ และ</p>



<p class="has-medium-font-size">2 ความผิดที่เป็นอาญาแผ่นดินครับ คือความผิดที่กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ผู้เสียหายสามารถตกลงยอมความกันได้ ทำให้แม้ว่าผู้เสียหายจะให้อภัยกับผู้กระทำความผิดแล้วคดีก็ยังคงต้องเดินหน้าต่อไปจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดครับ การตกลงยอมความกันจะเป็นเพียงแค่ใช้ประกอบการพิจารณาของศาลท่านในการลงโทษเท่านั้นครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">การที่พนักงานอัยการทำการฟ้องคดีอาญา หากเป็นคดีความผิดที่เป็นอาญาแผ่นดินไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าพนักงานตำรวจครับ เป็นใครไปแจ้งความกับตำรวจก็ได้ เมื่อตำรวจได้รับทราบถึงการกระทำความผิดแล้วท่านก็มีอำนาจดำเนินคดีต่อไปได้เองครับ จะแตกต่างจากกรณีความผิดต่อส่วนครับ เพราะความผิดต่อส่วนตัวนั้นต้องเป็นผู้เสียหายเท่านั้นที่จะสามารถแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจะดำเนินคดีต่อไปได้ครับ ถ้าไม่ใช่ผู้เสียหายไปแจ้งความในความผิดต่อส่วนตัวและเกิดการฟ้องร้องคดีอาญาต่อศาลเกิดขึ้น จะถูกยกฟ้องทันทีครับเพราะไม่มีอำนาจตามกฎหมายเนื่องจากกฎหมายกำหนดเอาไว้ว่าในคดีความผิดต่อส่วนตัวนั้น ห้ามไม่ให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนถ้าผู้เสียหายจากการกระทำความผิดยังไม่ได้ร้องทุกข์ครับ ผลก็คือเมื่อไม่มีการสอบสวน กฎหมายไม่ให้อำนาจพนักงานอัยการยื่นฟ้องครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">ในการที่ผู้เสียหายจะยื่นฟ้องคดีอาญาด้วยตนเองนั้นสามารถกระทำได้ทั้งความผิดต่อส่วนตัวและความผิดที่เป็นอาญาแผ่นดินครับ จะทำไม่ได้เฉพาะความผิดที่รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหายดังได้กล่าวไปแล้วครับ ซึ่งการดำเนินคดีอาญาด้วยตนเอง การรวบรวมพยานหลักฐานรวมถึงการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีในศาลย่อมจะมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามมาครับ เช่นการจ้างทนาย ค่าใช้จ่ายในการรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการดำเนินคดีอาญาครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">เมื่อการเป็นผู้เสียหายมีส่วนสำคัญมากในการเริ่มคดี</p>



<h2 class="wp-block-heading">แล้วถ้าผู้เสียหายมีคนเดียวแต่เกิดเหตุอะไรบางอย่างไม่สามารถทำเองได้ใครสามารถทำแทนผู้เสียหายได้บ้าง?</h2>



<p class="has-medium-font-size">ตรงนี้ขึ้นอยู่กับว่าผู้เสียหายนั้นเป็นใครครับขอแบ่งเป็นดังนี้ (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 5)</p>



<p class="has-medium-font-size">1 ถ้าผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์(ในกฎหมายอาญาผู้เยาว์คืออายุไม่เกิน 18 ปีครับ)หรือผู้ไร้ความสามารถ บุคคลที่จะดำเนินคดีแทนได้แก่ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้อนุบาลครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">2 ผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถดำเนินการเองได้ บุคคลที่มีสิทธิดำเนินคดีแทนผู้เสียหายได้แก่ ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยา(ต้องสมรสโดยชอบด้วยกฎหมายด้วยนะครับ) บุคคลเหล่านี้สามารถดำเนินการแทนผู้เสียหายได้ ซึ่งกรณีผู้สืบสันดานนั้นเฉพาะสายตรงลงไปเท่านั้นครับที่มีสิทธิ ได้แก่ ลูก หลาน เหลน ลื่อ ครับ เช่นเดียวกันกับผู้บุพการีก็ต้องสายตรงขึ้นไปได้แก่ พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ครับ สามีภริยาต้องจดทะเบียนสมรสโดยชอบด้วยกฎหมายด้วยครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">3 ในกรณีนิติบุคคลเป็นผู้เสียหาย ผู้ที่ดำเนินคดีแทนได้แก่ผู้จัดการหรือผู้แทนอื่นๆของนิติบุคคลครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">นอกจากนี้ในกรณีที่ผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์ที่ไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรม หรือบุคคบวิกลจริตหรือคนไร้ความสามารถที่ไม่มีผู้อนุบาล หรือผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้อนุบาลนั้นไม่สามารถทำการดำเนินคดีแทนได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด รวมทั้งอาจมีผลประโยชน์ขัดกันกับผู้เยาว์หรือคนไร้ความสามารถนั้น ๆ แล้ว กฎหมายก็เปิดโอกาสให้ญาติของผู้เยาว์หรือบุคคลไร้ความสามารถ หรือผู้ที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องสามารถร้องขอต่อศาลให้ตั้งเขาเป็นผู้แทนเฉพาะคดีดำเนินคดีอาญาได้ครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">บุคคลดังกล่าวเหล่านี้สามารถดำเนินการแทนผู้เสียหายได้โดยที่ไม่ต้องทำการมอบอำนาจครับ ซึ่งบุคคลดังกล่าวนี้สามารถที่จะทำการร้องทุกข์ เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา เข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ เป็นโจทก์ฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ถอนฟ้องคดีอาญา หรือคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา รวมทั้งสามารถยอมความในคดีความผิดต่อส่วนตัวได้แทนผู้เสียหายกระทำการด้วยตนเองครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading">ถ้าผู้เสียหายตายแต่ไม่มี ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานและยังไม่ได้แต่งงานจะทำอย่างไรล่ะ?</h2>



<p class="has-medium-font-size">ญาติสนิทมิตรสหายหรือบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่ญาติสามารถทำการกล่าวโทษให้ตำรวจดำเนินการได้ครับ แต่จะไปฟ้องร้องดำเนินคดีเองไม่ได้ เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้ครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading">กฎหมายที่เกียวข้อง</h2>



<p class="has-medium-font-size"><strong>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา</strong></p>



<p class="has-medium-font-size"><em><a>มาตรา ๒</a>  ในประมวลกฎหมายนี้</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em>(๔) “ผู้เสียหาย” หมายความถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง รวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอำนาจจัดการแทนได้ ดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๔, ๕ และ ๖</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em><a>มาตรา ๔</a>  ในคดีอาญาซึ่งผู้เสียหายเป็นหญิงมีสามี หญิงนั้นมีสิทธิฟ้องคดีได้เองโดยมิต้องได้รับอนุญาตของสามีก่อน</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em>ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๕ (๒) สามีมีสิทธิฟ้องคดีอาญาแทนภริยาได้ ต่อเมื่อได้รับอนุญาตโดยชัดแจ้งจากภริยา</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em><a>มาตรา ๕</a>  บุคคลเหล่านี้จัดการแทนผู้เสียหายได้</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em>(๑) ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้อนุบาล เฉพาะแต่ในความผิดซึ่งได้กระทำต่อผู้เยาว์ หรือผู้ไร้ความสามารถซึ่งอยู่ในความดูแล</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em>(๒) ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยาเฉพาะแต่ในความผิดอาญา ซึ่งผู้เสียหายถูกทำร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจะจัดการเองได้</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em>(๓) ผู้จัดการหรือผู้แทนอื่น ๆ ของนิติบุคคล เฉพาะความผิดซึ่งกระทำลงแก่นิติบุคคลนั้น</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em><a>มาตรา ๖</a>  ในคดีอาญาซึ่งผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์ไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรม หรือเป็นผู้วิกลจริตหรือคนไร้ความสามารถไม่มีผู้อนุบาล หรือซึ่งผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้อนุบาลไม่สามารถจะทำการตามหน้าที่โดยเหตุหนึ่งเหตุใด รวมทั้งมีผลประโยชน์ขัดกันกับผู้เยาว์หรือคนไร้ความสามารถนั้น ๆ ญาติของผู้นั้น หรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องอาจร้องต่อศาลขอให้ตั้งเขาเป็นผู้แทนเฉพาะคดีได้</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em>เมื่อได้ไต่สวนแล้วให้ศาลตั้งผู้ร้องหรือบุคคลอื่น ซึ่งยินยอมตามที่เห็นสมควรเป็นผู้แทนเฉพาะคดี เมื่อไม่มีบุคคลใดเป็นผู้แทนให้ศาลตั้งพนักงานฝ่ายปกครองเป็นผู้แทน</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em>ห้ามมิให้เรียกค่าธรรมเนียมในเรื่องขอตั้งเป็นผู้แทนเฉพาะคดี</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em><a>มาตรา ๒๒</a>  เมื่อความผิดเกิดขึ้น อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลใด ให้ชำระที่ศาลนั้น แต่ถ้า</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em>(๑) เมื่อจำเลยมีที่อยู่ หรือถูกจับในท้องที่หนึ่งหรือเมื่อเจ้าพนักงานทำการสอบสวนในท้องที่หนึ่งนอกเขตของศาลดังกล่าวแล้ว จะชำระที่ศาลซึ่งท้องที่นั้น ๆ อยู่ในเขตอำนาจก็ได้</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em>(๒) เมื่อความผิดเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรไทยให้ชำระคดีนั้นที่ศาลอาญา ถ้าการสอบสวนได้กระทำลงในท้องที่หนึ่งซึ่งอยู่ในเขตของศาลใด ให้ชำระที่ศาลนั้นได้ด้วย</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em><a>มาตรา ๒๘</a>  บุคคลเหล่านี้มีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาล</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em>(๑) พนักงานอัยการ</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em>(๒) ผู้เสียหาย</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em><a>มาตรา ๒๙</a>  เมื่อผู้เสียหายได้ยื่นฟ้องแล้วตายลง ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยาจะดำเนินคดีต่างผู้ตายต่อไปก็ได้</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em>ถ้าผู้เสียหายที่ตายนั้นเป็นผู้เยาว์ ผู้วิกลจริต หรือผู้ไร้ความสามารถ ซึ่งผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาลหรือผู้แทนเฉพาะคดีได้ยื่นฟ้องแทนไว้แล้ว ผู้ฟ้องแทนนั้นจะว่าคดีต่อไปก็ได้</em></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การบังคับคดีมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง? หลังชนะคดีแล้วต้องทำอย่างไรต่อ? ทำอย่างไรเมื่อได้รับหมายบังคับคดี?</title>
		<link>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ad/1395/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 05 Mar 2022 11:54:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กฎหมายแพ่งและพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[กรมบังคับคดี]]></category>
		<category><![CDATA[การบังคับคดี]]></category>
		<category><![CDATA[การบังคับคดีแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ขั้นตอนการบังคับคดี]]></category>
		<category><![CDATA[ขายทอดตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[งดการขายทอดตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายบังคับคดี]]></category>
		<category><![CDATA[ชนะคดีแล้วต้องทำอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[ถูกนำที่ดินออกขายทอดตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ถูกบังคับคดี]]></category>
		<category><![CDATA[ถูกบังคับคดีต้องทำอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[ถูกยึดทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ทรัพย์สินที่ไม่ถูกบังคับคดี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ดินขายทอดตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างบังคับคดี]]></category>
		<category><![CDATA[บังคับคดี]]></category>
		<category><![CDATA[บังคับคดีกับอะไรได้บ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[บังคับคดีขายทอดตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[บังคับคดีตามคำพิพากษา]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านโดนขายทอดตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านโดนยึด]]></category>
		<category><![CDATA[ประมูลที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษากรมบังคับคดี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาเกี่ยวกับการบังคับคดี]]></category>
		<category><![CDATA[ยึดทรัพย์ ขายทอดตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ยึดทรัพย์ขายทอดตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ยึดทรัพย์อะไรได้บ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ยึดที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการบังคับคดี]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีแก้ไขบังคับคดี]]></category>
		<category><![CDATA[หมายบังคับคดี]]></category>
		<category><![CDATA[หมายศาล]]></category>
		<category><![CDATA[อายัดทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้าพนักงานบังคับคดี]]></category>
		<category><![CDATA[เพิกถอนการขายทอดตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[โดนบังคับคดี]]></category>
		<category><![CDATA[โดนบังคับคดียึดทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[โดนบังคับคดียึดบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[โดนหมายศาล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://itthigorn.com/?p=1395</guid>

					<description><![CDATA[<div class="entry-summary">
ทำไมชนะคดีแล้วเรายังไม่ได้เงิน นั่นเพราะมันมีกระบวนการต่อจากศาลที่เรียกว่าการบังคับคดีที่โจทก์จะต้องไปดำเนินการต่อภายหลังจากที่โจทก์ชนะคดีแล้วครับ บทความนี้จะพูดเกี่ยวกับเมื่อต้องการบังคับให้จำเลยชำระหนี้ตามคำพิพากษานั้นจะมีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการอะไรบ้างเพื่อให้เราได้รับชำระหนี้จากจำเลยที่แพ้คดี หรือเมื่อเราได้รับหมายบังคับคดีแล้วจะต้องทำอย่างไรต่อไปมีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้าง ในที่นี้จะเขียนเป็นภาพรวมไม่ลงลึกนะครับ เพื่อให้เห็นภาพกว้าง ๆ นะครับ
</div><div class="link-more"><a href="https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%ad/1395/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> &#8220;การบังคับคดีมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง? หลังชนะคดีแล้วต้องทำอย่างไรต่อ? ทำอย่างไรเมื่อได้รับหมายบังคับคดี?&#8221;</span>&#8230;</a></div>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h1 class="wp-block-heading">การบังคับคดี</h1>



<p class="has-medium-font-size">การบังคับคดีเป็นขั้นตอนต่อมาหลังจากที่โจทก์หรือจำเลยชนะคดีและต้องการบังคับให้อีกฝ่ายที่แพ้คดีปฏิบัติให้เป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลนั่นเองครับ โดยที่ฝ่ายที่ชนะคดีอาจจะเป็นไปได้ทั้งโจทก์หรือจำเลย ซึ่งหากมีหนี้ที่จะต้องชำระแก่กันเราจะเรียกผู้ที่ชนะคดีว่าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาครับ ฝ่ายที่แพ้คดีเราก็จะเรียกลูกหนี้ตามคำพิพากษา ไม่ว่าหนี้นั้นจะเป็นหนี้อะไรก็ตามครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทำไมต้องมีการบังคับคดี?</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">การบังคับคดีนั้นจะเป็นขั้นตอนต่อมาหลังจากที่โจทก์ชนะคดีและศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้ว การบังคับคดีจะเป็นการดำเนินการเพื่อที่จะให้เจ้าหนี้หรือโจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล เป็นการบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตามคำตัดสินของศาลนั่นเอง แต่การบังคับคดีจะกระทำในลักษณะใดนั้นจะขึ้นอยู่กับหนี้ที่ต้องชำระตามคำพิพากษานั้นว่าเป็นหนี้ในลักษณะใด เช่น ถ้าเป็นหนี้เงินการบังคับคดีจะเป็นการยึดทรัพย์หรืออายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้นำเงินที่ได้มาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ หากเป็นหนี้กระทำการก็จะเป็นไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้วแต่กรณีไป</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การบังคับคดีจะเริ่มได้เมื่อไร</strong><strong>?</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">เมื่อมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วและถ้ามีการที่จะต้องบังคับคดีกับจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา โดยปกติจะมีช่วงระยะเวลาที่ให้จำเลยชำระหนี้ระยะหนึ่งก่อนซึ่งระยะเวลานี้จะถูกระบุไว้ในสิ่งที่เรียกว่า คำบังคับ โดยในคำบังคับนั้นจะระบุด้วยว่าให้จำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้นต้องชำระหนี้อย่างไรตามคำพิพากษา ซึ่งระยะเวลาในการปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งในคำบังคับนั้นจะเริ่มนับหลังจากที่จำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาทราบคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแล้ว นั่นคือหากวันที่ศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งจำเลยอยู่ในศาล ศาลท่านจะสั่งให้จำเลยชำระหนี้ภายในกี่วัน แต่ถ้าในวันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นจำเลยไม่ได้มาฟังคำพิพากษาหรือคำสั่ง เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจำเป็นที่จะต้องแจ้งคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นให้กับจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาทราบคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นก่อนโดยการขอศาลให้ส่งคำบังคับให้กับจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อให้เขาทราบคำตัดสินของศาลและทำการชำระหนี้ตามคำพิพากษาภายในกำหนด การทำการบังคับคดีนั้นจะเริ่มกระทำได้หลังจากลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือจำเลยในคดีไม่กระทำการชำระหนี้ให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ระบุไว้ในคำบังคับ ในระหว่างระยะเวลาตามคำบังคับนี้เจ้าหนี้จะยังไม่สามารถทำการบังคับคดีได้จนกว่าจะพ้นระยะเวลาตามคำบังคับไปแล้ว ดังนั้นการบังคับคดีจะเริ่มได้เมื่อใดนั่นคือเริ่มได้เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามคำบังคับไปแล้วนั่นเอง</p>



<p class="has-medium-font-size">ปกติแล้วถ้าศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ต้องมีการบังคับคดีกับจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา ศาลมักจะออกคำบังคับทันที่ที่ได้อ่านหรือถือว่าได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นครับ และจะถือว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ทราบคำบังคับในวันนั้นแล้ว แต่ถ้าศาลไม่ได้ออกคำบังคับให้โจทก์หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจำเป็นที่จะต้องแจ้งให้ลูกหนี้ทราบก่อนครับว่าศาลได้ตัดสินว่าอย่างไรและมีคำบังคับว่าอย่างไรบ้างโดยการขอให้ศาลออกคำบังคับส่งไปให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือจำเลยทราบด้วยนะครับเพราะหากจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่ทราบคำบังคับเราจะไม่สามารถเริ่มกระทำการบังคับคดีได้เลยครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จำเป็นหรือไม่ที่ต้องรอให้มีคำพิพากษาศาลฎีกาก่อนจึงจะทำการบังคับคดีได้</strong><strong>?</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">ไม่จำเป็นครับ ตามที่ได้กล่าวไปแล้วว่าการบังคับคดีจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่สิ้นสุดระยะเวลาตามคำบังคับ คำบังคับนั้นจะมีได้เมื่อศาลตัดสินแล้วว่าจะให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือจำเลยชำระหนี้โจทก์อย่างไร การบังคับคดีจึงมีได้ตั้งแต่ศาลชั้นต้นมีคำตัดสินและแม้ว่าจำเลยจะอุทธรณ์หรือฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งก็ตามแต่ถ้าไม่ขอทุเลาการบังคับคดีไว้ โจทก์หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก็ยังสามารถที่จะบังคับคดีได้ครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การบังคับคดีมีกำหนดระยะเวลากี่ปี</strong><strong>?</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">การบังคับคดีนั้นจะมีระยะเวลา 10 นับแต่วันที่ศาลได้อ่านคำพิพากษา ตรงนี้ให้ยึดว่าศาลได้อ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังในวันใดครับ โดยหากเป็นคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาให้เปิดไปดูด้านหลังสุดซึ่งปกติจะเป็นลายมือเขียนเอาไว้ว่าได้อ่านคำพิพากษาวันใด เริ่มนับจากวันนั้นครับไม่ได้ดูวันจากด้านหน้า ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากว่าการอ่านคำพิพากษาแม้จะเป็นคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาก็ตามผู้ที่อ่านคือศาลชั้นต้นที่ตัดสินคดีครับ ทำให้ในหน้าแรกจะเป็นวันที่ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งจากนั้นศาลสูงท่านก็จะใส่ซองส่งให้ศาลชั้นต้นเป็นผู้อ่านให้โจทก์และจำเลยฟังว่าศาลสูงได้ตัดสินว่าอย่างไร ซึ่งวันที่ศาลชั้นต้นนัดมาฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลสูงท่านก็จะแกะซองและอ่านให้โจทก์และจำเลยฟัง จากนั้นก็จะเขียนไปในท้ายคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลสูงนั้นว่าได้อ่านในวันใด การนับระยะเวลาบังคับคดี 10 ปีนั้นจะเริ่มจากวันที่ศาลได้อ่านคำพิพากษาด้วยเหตุนี้หากเป็นการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์หรือฎีกาก็จึงต้องเปิดไปดูหน้าสุดท้ายของคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นครับว่าศาลชั้นต้นท่านได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลสูงในวันใดนั่นเอง</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การบังคับคดีต้องทำอย่างไรบ้าง</strong><strong>?</strong><strong> และคำร้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีต้องทำอย่างไร</strong><strong>?</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาตามคำบังคับแล้วถ้าเป็นหนี้ที่ต้องดำเนินการบังคับคดีโดยเจ้าพนักงานบังคับคดีเช่น หนี้เงิน หรือ หนี้ที่ต้องมีการบังคับคดีโดยวิธีการยึดทรัพย์สินออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ อายัดสิทธิเรียกร้องหรือเงินในธนาคาร หรือขับไล่รื้อถอน เหล่านี้จำเป็นที่จะต้องขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีเพื่อตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเสียก่อนเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงจะมีอำนาจกระทำได้ครับ ส่วนหนี้อื่นเช่นการทำนิติกรรมก็จะเป็นการใช้คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลแทนการแสดงเจตนาขึ้นอยู่กับคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นว่าจะสั่งให้จำเลยชำระหนี้ด้วยวิธีใดครับ เมื่อศาลออกหมายบังคับคดีให้แล้วเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก็ต้องแจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบว่าศาลได้ออกหมายบังคับคดีแล้ว จากนั้นจึงจะทำการแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้กระทำการยึดทรัพย์หรืออายัดสิทธิเรียกร้องหรือกระทำการใด ๆ เพื่อเป็นการบังคับให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษา</p>



<p class="has-medium-font-size">การขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีนั้นต้องทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลโดยรายละเอียดของคำร้องขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีนั้นจะสรุปเป็นเนื้อหาในคำร้องขอออกหมายบังคับคดีว่าในคำร้องนั้นต้องมีรายละเอียดดังนี้คือ</p>



<p class="has-medium-font-size"><strong>ข้อ ๑</strong> เขียนบรรยายในคำร้องว่าศาลได้ตัดสินว่าอย่างไร</p>



<p class="has-medium-font-size"><strong>ข้อ ๒</strong> ได้มีคำบังคับสั่งให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษาต้องทำอะไรภายในระยะเวลาเท่าไร และบัดนี้ในขณะยื่นคำร้องนั้นได้พ้นกำหนดระยะเวลาตามคำบังคับนั้นแล้ว</p>



<p class="has-medium-font-size"><strong>ข้อ ๓</strong> เจ้าหนี้มีความประสงค์จะบังคับคดีเพื่อหนี้ตามคำพิพากษาอย่างไร มีการชำระหนี้มาบ้างแล้วหรือไม่ ยังไม่ชำระเลยหรือชำระมาแล้วบางส่วนแต่ยังขาดเหลืออีกเท่าไร เจ้าหนี้ต้องการบังคังคดีอีกเท่าไร</p>



<p class="has-medium-font-size"><strong>ข้อ ๔</strong> ระบุขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อดำเนินการบังคับคดีให้กับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอย่างไร เช่น ด้วยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจนครบถ้วนเป็นต้น</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การเพิกถอนหรือแก้ไขการบังคับคดีที่ผิดระเบียบทำอย่างไร</strong><strong>?</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">ในการบังคับคดีนั้นถ้าคำบังคับหรือหมายบังคับคดีมีความบกพร่อง ผิดพลาด หรือฝ่าฝืนกฎหมาย เช่น หมายบังคับคดีที่ออกมาไม่เป็นไปตามคำพิพากษา ไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือมีความคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง เจ้าหนี้ ลูกหนี้ เจ้าพนักงานบังคับคดีหรือแม้แต่ผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับความเสียหายจากการบังคับคดีนั้นสามารถที่จะยื่นคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นที่มีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งนั้นให้เพิกถอนแก้ไขการบังคับคดีนั้นได้แต่ว่าการจะยื่นนั้นต้องกระทำก่อนการบังคับคดีเสร็จสิ้นลงนะครับ การยื่นคำร้องนั้นสามารถยื่นได้แต่มีระยะเวลาจำกัดว่าต้องทำภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รู้หรือได้ทราบถึงการบังคับคดีที่ไม่ชอบนั้นด้วยครับ หากเลยกำหนดระยะเวลา 15 วันนี้แล้วจะไม่สามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนหรือแก้ไขการบังคับคดีที่ผิดระเบียบได้ อย่างไรก็ดีหากว่าศาลเห็นสมควรแม้จะเลยกำหนดระยะเวลา 15 วันแล้วก็ตามศาลท่านอาจจะสั่งให้แก้ไขได้อยู่นะครับ แต่มีข้อยกเว้นว่า ไม่ว่าจะทำภายในกำหนดเวลา 15 วันหรือศาลเห็นสมควรก็ตาม ถ้ามีการให้สัตยาบันหรือการกระทำที่เป็นการยอมรับการบังคับคดีที่ผิดระเบียบนั้นแล้วจะทำให้ไม่สามารถขอเพิกถอนหรือแก้ไขการบังคับคดีที่ผิดระเบียบได้อีกเลยครับ ควรระวังตรงจุดนี้ให้ดี เมื่อพบว่ามีการออกหมายบังคับคดีที่บกพร่อง ผิดพลาดหรือฝ่าฝืนต่อกฎหมายแล้วควรหลีกเลี่ยงการกระทำที่เป็นการแสดงว่ายอมรับการออกหมายบังคับคดีที่มีปัญหานั้นนะครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">ในกรณีที่การบังคับคดีบกพร่อง ผิดพลาด หรือฝ่าฝืนต่อกฎหมายเกิดจากการกระทำของเจ้าพนักงานบังคับคดี เช่นเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินผิดแปลง หรือไม่ยอมยึดทรัพย์ เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดไม่ชอบ เจ้าหนี้ ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือผู้ที่ต้องเสียหายจากการบังคับคดีนั้นสามารถที่จะยื่นคำร้องต่อศาลให้ศาลสั่งเพิกถอนหรือแก้ไขการบังคับคดีซึ่งผิดระเบียบอันเกิดจากเจ้าพนักงานบังคับคดีได้เช่นกันครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">อย่างไรก็ดีในกรณีที่คำร้องที่ยื่นมานั้นอาจจะเป็นการประวิงคดีให้ชักช้า ผู้มีส่วนได้เสียสามารถยื่นคำร้องต่อศาลสั่งให้ผู้ที่ยื่นคำร้องขอเพิกถอน หรือแก้ไขหมายบังคับคดีนั้นวางเงินหรือหาประกันมาวางต่อศาลได้ครับเพื่อจะได้เป็นการประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลที่จะเกิดความเสียหายจากการยื่นคำร้องเพื่อประวิงคดีนั้นครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทรัพย์สินอะไรบ้างที่ไม่อยู่ภายใต้บังคับการบังคับคดี</strong><strong>?</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีมีดังนี้ครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">(๑) เครื่องนุ่งห่มหลับนอน เครื่องใช้ในครัวเรือน หรือเครื่องใช้สอยส่วนตัว โดยประมาณรวมกันราคาไม่เกินประเภทละสองหมื่นบาท แต่ในกรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร เจ้าพนักงานบังคับคดีจะกำหนดให้ทรัพย์สินแต่ละประเภทดังกล่าวที่มีราคารวมกันเกินสองหมื่นบาทเป็นทรัพย์สินที่ไม่ต้องอยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีก็ได้&nbsp;&nbsp;ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความจำเป็นตามฐานะของลูกหนี้ตามคำพิพากษา</p>



<p class="has-medium-font-size">(๒) สัตว์ สิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ ในการประกอบอาชีพหรือประกอบวิชาชีพเท่าที่จำเป็นในการเลี้ยงชีพของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ราคารวมกันโดยประมาณไม่เกินหนึ่งแสนบาท&nbsp;แต่ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษามีความจำเป็นในการเลี้ยงชีพก็อาจร้องขอต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขออนุญาตใช้สัตว์ สิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้เท่าที่จำเป็นในการประกอบอาชีพหรือประกอบวิชาชีพในกิจการดังกล่าวของลูกหนี้ตามคำพิพากษาอันมีราคารวมกันเกินกว่าจำนวนราคาที่กำหนดนั้น ในกรณีเช่นนี้&nbsp;ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจใช้ดุลพินิจไม่อนุญาตหรืออนุญาตได้เท่าที่จำเป็นภายในบังคับแห่งเงื่อนไขตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร</p>



<p class="has-medium-font-size">(๓) สัตว์ สิ่งของ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ทำหน้าที่ช่วยหรือแทนอวัยวะของลูกหนี้ตามคำพิพากษา</p>



<p class="has-medium-font-size">(๔) ทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาอันมีลักษณะเป็นของส่วนตัวโดยแท้ เช่น หนังสือสำหรับวงศ์ตระกูลโดยเฉพาะ จดหมาย หรือสมุดบัญชีต่าง ๆ</p>



<p class="has-medium-font-size">(๕) ทรัพย์สินอย่างใดที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมาย หรือตามกฎหมายย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี</p>



<p class="has-medium-font-size">ในกรณีที่เป็นเงินหรือสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษา เงินหรือสิทธิเรียกร้องเป็นเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีได้แก่</p>



<p class="has-medium-font-size">(๑) เบี้ยเลี้ยงชีพซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ ส่วนเงินรายได้เป็นคราว ๆ ซึ่งบุคคลภายนอกได้ยกให้เพื่อเลี้ยงชีพนั้น ให้มีจำนวนไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาทหรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร</p>



<p class="has-medium-font-size">(๒) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ บำเหน็จ เบี้ยหวัด หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ หรือลูกจ้างในหน่วยราชการ และเงินสงเคราะห์ บำนาญ หรือบำเหน็จที่หน่วยราชการได้จ่ายให้แก่คู่สมรสหรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น</p>



<p class="has-medium-font-size">(๓) เงินเดือน ค่าจ้าง บำนาญ ค่าชดใช้ เงินสงเคราะห์ หรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของพนักงาน ลูกจ้าง หรือคนงาน นอกจากที่กล่าวไว้ใน (๒) ที่นายจ้างหรือบุคคลอื่นใดได้จ่ายให้แก่บุคคลเหล่านั้น หรือคู่สมรส หรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหล่านั้น เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาทหรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร</p>



<p class="has-medium-font-size">(๔) บำเหน็จหรือค่าชดเชยหรือรายได้อื่นในลักษณะเดียวกันของบุคคลตาม (๓) เป็นจำนวนไม่เกินสามแสนบาทหรือตามจำนวนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร</p>



<p class="has-medium-font-size">(๕) เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้รับอันเนื่องมาแต่ความตายของบุคคลอื่นเป็นจำนวนตามที่จำเป็นในการดำเนินการฌาปนกิจศพตามฐานะของผู้ตายที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>บุคคลที่ไม่ใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาจะทำอย่างไรถ้าหากทรัพย์สินที่ถูกบังคับคดีนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลนั้นส่วนหนึ่ง</strong><strong>?</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">บุคคลที่ไม่ใช่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาแต่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ถูกยึดทรัพย์หรืออายัดสิทธิเรียกร้อง เช่นเป็นเจ้าของรวมในที่ดิน หรือเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีอื่นสามารถจะมาร้องขอกันส่วนเงินที่ได้จากการบังคับคดีนั้นได้ครับ หรือในกรณีที่ทรัพย์สินที่ถูกยึดนั้นเป็นของบุคคลอื่นไม่ใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรืออาจจะเป็นเจ้าของรวมในอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้แยกการครอบครองเป็นส่วนสัดเรียบร้อยแล้ว หรือบุคคลที่อยู่ในฐานะอันจะจดทะเบียนสิทธิของตนในทรัพย์สินนั้นได้อยู่ก่อน เช่นนี้บุคคลเหล่านั้นสามารถที่จะร้องขอให้ปล่อยทรัพย์สินนั้นทั้งหมดหรือบางส่วนเฉพาะที่เป็นส่วนของตนได้ครับ โดยการยื่นคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นที่ทำการพิพากษาหรือมีคำสั่งในคดีนั้นครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">เช่นกันครับหากเจ้าหนี้หรือผู้มีส่วนได้เสียจากการที่บุคคลภายนอกยื่นขอกันส่วนหรือขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดนั้นเห็นว่าการยื่นขอกันส่วนหรือขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดดังกล่าวเป็นการกระทำเพื่อประวิงคดีให้ชักช้า สามารถขอให้ศาลสั่งให้ผู้ที่ร้องนั้นวางเงินหรือหาประกันต่อศาลเพื่อเป็นประกันการชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์หรือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาสำหรับความเสียหายที่อาจได้รับจากการยื่นคำร้องขอกันส่วนหรือขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดนั้นได้ครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทำอย่างไรเมื่อถูกบังคับคดี</strong><strong>?</strong><strong></strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกคือตั้งสติครับ ดูว่าหมายบังคับคดีนั้นเขียนว่าอะไร มีรายละเอียดและข้อกำหนดอะไรบ้าง กรณีที่ไม่เคยรู้ตัวว่าถูกฟ้องมาก่อนรีบไปที่ศาลที่ออกหมายบังคับคดีนั้นและเช็คคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอันดับแรกครับ แนะนำว่าควรรีบปรึกษาทนายเพราะจะมีกำหนดระยะเวลาในกรณีที่จะขอพิจารณาคดีใหม่อยู่ครับ ในการปรึกษาทนายนั้นควรไปคัดคำพิพากษาหรือคำสั่งรวมถึงคำฟ้องและคำเบิกความพยานทุกปากส่งให้ทนายเพื่อขอคำปรึกษาด้วยนะครับ หากนำหมายบังคับคดีมาให้เพียงอย่างเดียวจะให้คำปรึกษารวมถึงช่วยหาวิธีแก้ไขได้ไม่มากครับเพราะไม่รู้ถึงต้นสายปลายเหตุ</p>



<p class="has-medium-font-size">กรณีที่ต่อสู้คดีจนคดีถึงที่สุดแล้วตรงนี้ทำอะไรไม่ได้มากครับนอกจากหาเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษานั้น ถ้ามีการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ถ้าทรัพย์สินนั้นเป็นของเราวิธีการที่จะทำได้คือเข้าไปสู้ราคาเพื่อทำการซื้อทอดตลาดกลับมาครับ ถ้ามีการขายทอดตลาดไปแล้วโดยที่เราไม่รู้ตรงนี้อาจจะยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนการขายทอดตลาดและทำการขายทอดตลาดใหม่เพื่อให้เราสามารถเข้าไปทำการแข่งสู่ราคาในการซื้อทอดตลาดทรัพย์สินนั้นได้ครับ ต้องดูเป็นกรณีๆไป</p>



<p class="has-medium-font-size">สิ่งที่ไม่ควรทำหลังจากที่สู้คดีจนคดีถึงที่สุดแล้วก็คือยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินเราเพื่อจะหลีกเลี่ยงการบังคับคดีกับทรัพย์สินนั้นครับ ไม่ควรทำตั้งแต่เมื่อรู้ว่าเจ้าหนี้จะดำเนินการฟ้องร้องเราแล้วนะครับเพราะอาจจะสุ่งเสี่ยงต่อการกระทำความผิดทางอาญาฐานโกงเจ้าหนี้ได้นะครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">เป็นหนี้แล้วต้องใช้ครับถ้าเอาของของเขามาก็ควรคืนกลับไปให้เจ้าของครับ เราไม่ควรเรียกร้องความยุติธรรมด้วยการรังแกคนอื่นหมายถึงทั้งสองฝั่งเลยนะครับ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จ้างทนายทำพินัยกรรม การทำพินัยกรรมมีกี่แบบ? ค่าบริการในการทำพินัยกรรมเท่าไร?</title>
		<link>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/1362/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Feb 2022 13:10:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กฎหมายแพ่งและพาณิชย์]]></category>
		<category><![CDATA[การ ทำ พินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การ ทํา พินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การ ทํา พินัยกรรม ที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[การ ทํา พินัยกรรม ที่ดิน ต้อง ไป ทำ ที่ไหน]]></category>
		<category><![CDATA[การ เขียน พินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[การ เขียน พินัยกรรม ที่ ถูก ต้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อกฎหมายพินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อกำหนดพินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทำพินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายทำพินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายทำพินัยกรรมกี่บาท]]></category>
		<category><![CDATA[จ้ายทนายร่างพินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ดาวน์โหลดพินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวอย่าง พินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวอย่างพินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ทำพินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ทำพินัยกรรมอย่างไร]]></category>
		<category><![CDATA[ทํา พินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ทํา พินัยกรรม ที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ทํา พินัยกรรม ที่ไหน]]></category>
		<category><![CDATA[ทํา พินัยกรรม ให้ ลูก]]></category>
		<category><![CDATA[พินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[พินัยกรรม คือ]]></category>
		<category><![CDATA[พินัยกรรม ฝ่าย เมือง]]></category>
		<category><![CDATA[พินัยกรรม มรดก]]></category>
		<category><![CDATA[พินัยกรรม มี กี่ แบบ]]></category>
		<category><![CDATA[พินัยกรรม แบบ ธรรมดา]]></category>
		<category><![CDATA[พินัยกรรม แบบ เขียน เอง ทั้ง ฉบับ]]></category>
		<category><![CDATA[พินัยกรรมฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[พินัยกรรมมีกี่แบบ]]></category>
		<category><![CDATA[พินัยกรรมราคาเท่าไร]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาทำพินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ร่าง พินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วิธี ทํา พินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[วิธี เขียน พินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[หาทนายทำพินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เขียน พินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เขียนพินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[เอกสาร พินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[แบบ พินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[แบบ ฟอร์ม พินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[แบบของพินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[โหลดพินัยกรรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://itthigorn.com/?p=1362</guid>

					<description><![CDATA[<div class="entry-summary">
จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องจ้างทนายทำพินัยกรรม การทำพินัยกรรมมีกี่แบบ สิ่งสำคัญที่ต้องมีในพินัยกรรมแต่ละแบบ ราคาค่าจ้างทนายทำพินัยกรรมเท่าไร?
</div><div class="link-more"><a href="https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%a2%e0%b9%8c/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1/1362/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> &#8220;จ้างทนายทำพินัยกรรม การทำพินัยกรรมมีกี่แบบ? ค่าบริการในการทำพินัยกรรมเท่าไร?&#8221;</span>&#8230;</a></div>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h1 class="wp-block-heading" id="พ-น-ยกรรม-แบบของพ-น-ยกรรมม-ก-ประเภท-เราสามารถทำพ-น-ยกรรมเข-ยนเองได-หร-อไม"><strong>พินัยกรรม แบบของพินัยกรรมมีกี่ประเภท</strong>?<strong> เราสามารถทำพินัยกรรมเขียนเองได้หรือไม่?</strong></h1>



<p class="has-medium-font-size">เมื่อบุคคลใดตายทรัพย์มรดกของผู้ที่เสียชีวิตก็จะตกลงสู่ทายาท ตามหลักของกฎหมายลักษณะมรดก แต่ในบางครั้งเจ้าของมรดกหรือผู้ที่ตายต้องการที่จะกำหนดการจัดการและการแบ่งทรัพย์สินของตนหลังจากที่ตนตาย อาจจะมาจากหลายสาเหตุ เช่น กลัวว่าถ้าหากโอนทรัพย์สินของตนให้กับทายาทจนหมดแล้วทายาทตนจะไม่เลี้ยงดู หรือยังอยากที่จะจัดการทรัพย์สินของตนให้งอกเงยขึ้นมากกว่านี้ หรืออาจจะเป็นชาวต่างชาติที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทยแต่ไม่มีญาติอยู่ในประเทศไทยซึ่งกลัวว่าหากตนได้ตายไปทรัพย์สินจะตกเป็นของแผ่นดินไม่สามารถส่งให้ทายาทของตนที่อาศัยอยู่ต่างประเทศได้ ด้วยเหตุนี้จึงต้องหาวิธีที่จะมาจัดการทรัพย์สินของตนหลังจากที่ตายไปแล้วโดยการทำคำสั่งกำหนดการเผื่อตายนั่นเองว่าหลังจากฉันได้จากไปแล้วให้จะให้ทายาทจัดการทรัพย์สินของฉันนั้นอย่างไรบ้างและวีธีการดังกล่าวนั่นคือ การทำพินัยกรรม</p>



<p class="has-medium-font-size">การทำพินัยกรรมนั้นสามารถยกทรัพย์สินให้กับใครก็ได้ครับ ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นทายาท กรณีมีทรัพย์สินที่ไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะแบ่งให้ใครในพินัยกรรม ทรัพย์สินนั้นจะแบ่งกันตามหลักมรดกตกทอดแก่ทายาทครับ กรณีไม่มีทายาทที่จะรับมรดกและไม่ได้กำหนดว่าจะยกทรัพย์สินนั้นให้ใคร ทรัพย์มรดกนั้นก็จะตกกลับสู่แผ่นดินครับก็คือเข้ารัฐนั่นเอง</p>



<p class="has-text-align-justify has-medium-font-size">ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทยนั้นได้กำหนดลักษณะของพินัยกรรมไว้ด้วยกัน 5 แบบกับวิธีพิเศษ อีก 2 กรณี ดังนี้</p>



<h3 class="has-medium-font-size wp-block-heading" id="1-พ-น-ยกรรมแบบธรรมดา">1 พินัยกรรมแบบธรรมดา</h3>



<h3 class="has-medium-font-size wp-block-heading" id="2-พ-น-ยกรรมแบบเข-ยนเองท-งฉบ-บ">2 พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ</h3>



<h3 class="has-medium-font-size wp-block-heading" id="3-พ-น-ยกรรมแบบเอกสารฝ-ายเม-อง">3 พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง</h3>



<h3 class="has-medium-font-size wp-block-heading" id="4-พ-น-ยกรรมแบบเอกสารล-บ">4 พินัยกรรมแบบเอกสารลับ</h3>



<h3 class="has-medium-font-size wp-block-heading" id="5-พ-น-ยกรรมแบบทำโดยวาจา">5 พินัยกรรมแบบทำโดยวาจา</h3>



<p class="has-text-align-justify has-medium-font-size">และวิธีการพิเศษอีก 2 กรณีได้แก่</p>



<h3 class="has-medium-font-size wp-block-heading" id="1-พ-น-ยกรรมสำหร-บคนในบ-งค-บไทยท-อย-ในต-างประเทศ-และ">1 พินัยกรรมสำหรับคนในบังคับไทยที่อยู่ในต่างประเทศ และ</h3>



<h3 class="has-medium-font-size wp-block-heading" id="2-พ-น-ยกรรมสำหร-บบ-คคลท-ร-บราชการทหารหร-อทำการเก-ยวข-องอย-ก-บราชการทหารในภาวะการรบหร-อการสงคราม">2 พินัยกรรมสำหรับบุคคลที่รับราชการทหารหรือทำการเกี่ยวข้องอยู่กับราชการทหารในภาวะการรบหรือการสงคราม</h3>



<p class="has-medium-font-size">อย่างที่กล่าวไปข้างต้นกฎหมายกำหนดแบบของการทำพินัยกรรมไว้เป็นพิเศษโดยเฉพาะ ซึ่งคำว่าแบบของพินัยกรรมนี้เองทำให้หากทำไม่ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนดแล้ว พินัยกรรมนั้นก็จะตกเป็นโมฆะ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าการทำผิดแบบขอพินัยกรรมในลักษณะใดด้วยครับ เช่น</p>



<p class="has-medium-font-size">หากผู้ทำพินัยกรรมนั้นยังมีอายุไม่ถึง 15 ปี พินัยกรรมก็จะตกเป็นโมฆะทั้งฉบับ ผลก็คือทรัพย์มรดกจะแบ่งปันตามหลักมรดกปกติเสมือนไม่ได้มีการทำพินัยกรรมเกิดขึ้นครับ หรือ</p>



<p class="has-medium-font-size">หากมีข้อกำหนดในพินัยกรรมยกทรัพย์สินของผู้ทำพินัยกรรมให้ผู้เป็นพยานในพินัยกรรม หรือคู่สมรสของพยานในพินัยกรรม ถ้าเป็นกรณีนี้จะมีผลทำให้เฉพาะข้อกำหนดในพินัยกรรมที่ยกทรัพย์สินให้พยานหรือคู่สมรสของพยานในพินัยกรรมนั้นตกเป็นโมฆะครับ แต่ไม่ได้ทำให้พินัยกรรมทั้งฉบับเป็นโมฆะแต่อย่างใด ทรัพย์สินในส่วนข้อกำหนดที่เป็นโมฆะนั้นจะกลับสู่กองมรดกแบ่งปันให้ทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกตามหลักมรดกปกติครับ หรือ</p>



<p class="has-medium-font-size">หากผู้ทำพินัยกรรมนั้นกำหนดให้ยกทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสให้แก่ผู้ใดถึงแม้ว่าคู่สมรสจะเซ็นต์ยินยอมไว้ด้วยในพินัยกรรมนั้นก็ตาม การกำหนดเช่นนี้ไม่ทำให้พินัยกรรมตกเป็นโมฆะครับ แต่สามารถบังคับได้แค่ทรัพย์สินของผู้ทำพินัยกรรมเท่านั้น ในส่วนที่เป็นสินสมรสยังคงเป็นของคู่สมรสครับ หรือ</p>



<p class="has-medium-font-size">พินัยกรรมที่ทำนั้นไม่ได้ลงวันเดือนปีที่ทำพินัยกรรม หรือพยานในพินัยกรรมลงลายมือชื่อไม่ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนด กรณีเหล่านี้ก็จะทำให้พินัยกรรมที่ทำขึ้นนั้นใช้ไม่ได้และไม่มีผลเป็นพินัยกรรมครับ ทำให้ทรัพย์มรดกตกแก่ทายาทหรือตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายมรดกปกติครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">เหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ยกมาให้เห็นถึงผลเสียที่อาจเกิดขึ้นได้จากความไม่รู้ในการทำพินัยกรรมครับ จะเห็นได้ว่าการทำพินัยกรรมนั้นต้องกระทำโดยระมัดระวังเป็นอย่างมากทีเดียวครับ ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องรู้ว่าพินัยกรรมในแต่ละแบบนั้นกฎหมายกำหนดไว้ว่ามีองค์ประกอบอะไรบ้างเพื่อที่จะทำให้พินัยกรรมที่เราต้องการทำนั้นไม่ตกเป็นโมฆะครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">ต่อไปนี้เราก็จะมาพูดถึงลักษณะต่าง ๆ ของพินัยกรรมกันต่อว่าพินัยกรรมในแต่ละแบบมีลักษณะอย่างไรกันบ้างดีกว่าครับ โดยเริ่มจาก</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="แบบท-1-พ-น-ยกรรมแบบธรรมดา"><strong>แบบที่ 1 พินัยกรรมแบบธรรมดา</strong><strong></strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">พินัยกรรมแบบนี้จะเป็นพินัยกรรมที่พิมพ์ขึ้นอาจจะเป็นแบบฟอร์มพินัยกรรมทำสำเร็จรูปมาแล้วก็ได้ กฎหมายกำหนดว่าจะมีผลเป็นพินัยกรรมที่สมบูรณ์สำหรับพินัยกรรมแบบธรรมได้นั้น พินัยกรรมที่ทำนั้นจะต้องมีส่วนประกอบที่สำคัญ ๆ ดังต่อไปนี้ ได้แค่</p>



<p class="has-medium-font-size">  1 ต้องทำเป็นหนังสือหรือทำเป็นเอกสาร หลายคนอ่านแล้วคงสงสัยว่า พินัยกรรมที่ไม่ได้ทำเป็นเอกสารมันมีด้วยเหรอ ตอบมีครับ เป็นพินัยกรรมที่เรียกว่า พินัยแบบที่ทำโดยวาจา เพื่อไม่ให้งงไปกันใหญ่เอาเป็นว่าพินัยกรรมแบบธรรมดานี้ต้องทำเป็นเอกสารหรือหนังสือครับ จะเขียนเองทั้งฉบับหรือพิมพ์ก็ได้ไม่ว่ากันครับ จะพิมพ์เองหรือให้ผู้อื่นเขียนก็ไม่ผิด แต่อย่าจำไปปนกับพินัยกรรมลักษณะอื่นนะครับ ตอนนี้เรากำลังพูดถึงพินัยกรรมแบบธรรมดา สำหรับคำถามในใจที่ว่าพินัยกรรมนั้นจะทำโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ได้หรือไม่เช่นส่งเข้าเมลย์ พิมพ์ลงในคลาวน์ คำตอบคือไม่ได้ครับ พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ห้ามไว้ครับว่าไม่สามารถทำเป็นอิเล็กทรอนิกส์ได้ พินัยกรรมทุกชนิดต้องปรินท์ออกมาหรือเขียนลงกระดาษหรือทำเป็นเอกสารเท่านั้นครับ สิ่งที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์จะไม่มีผลเป็นพินัยกรรมครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">  2 ต้องลง วันที่ เดือน ปี ขณะที่ทำพินัยกรรมนั้นด้วยนะครับ วัน เดือน ปี สำคัญอย่างไร? คำตอบคือเอาไว้ดูครับว่าพินัยกรรมฉบับไหนเป็นฉบับล่าสุด พินัยกรรมฉบับใหม่จะลบล้างพินัยกรรมฉบับเก่าครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">  3 ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานพร้อมกันอย่างน้อย 2 คน พยานสองคนนั้นต้องรู้เรื่องการทำพินัยกรรมของผู้ทำพินัยกรรมด้วยนะครับ ไม่ใช่มาแค่ลงลายมือชื่ออย่างเดียว และองค์ประกอบสำคัญสำหรับพินัยกรรมแบบธรรมดาในข้อสุดท้ายก็คือ</p>



<p class="has-medium-font-size">  4 ต้องมีพยานสองคนต้องลงลายมือชื่อรับรองรายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้นด้วย</p>



<p class="has-medium-font-size">ส่วนถ้าหากมีการแก้ไขหลังจากที่ทำพินัยกรรมเสร็จแล้ว การแก้ไขพินัยกรรมก็ต้องทำให้ถูกต้องตามแบบเช่นกันครับไม่เช่นนั้นจะไม่มีผลเป็นการแก้ไขพินัยกรรม</p>



<p class="has-medium-font-size">การแก้ไขพินัยกรรมแบบธรรมดา เช่น การขูดลบ ตก เติม หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นก็ต้อง ทำเป็นหนังสือ ลงวันเดือนปีที่แก้ ผู้ทำพินัยกรรมลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานสองคนและพยานสองคนก็ต้องลงลายมือชื่อรับรองเช่นกันครับเรียกว่า เขียนอย่างไรเวลาแก้ก็ทำอย่างนั้นนั่นแหละครับ แล้วขีดทับล่ะ การขีดทับมีผลเป็นการเพิกถอนข้อความในส่วนนั้นทันทีครับโดยไม่ต้องลงลายมือชื่ออะไรเลยดังนั้นจะขีดทับอะไรต้องระวังนะครับ เรามาต่อกันที่แบบต่อไปครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="แบบท-2-พ-น-ยกรรมแบบเข-ยนเองท-งฉบ-บ"><strong>แบบที่ 2 พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ</strong><strong></strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">องค์ประกอบของพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับนั้นมีดังนี้ครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">  1 แน่นอนครับต้องทำเป็นเอกสาร</p>



<p class="has-medium-font-size">  2 การทำพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับนั้นตามชื่อครับ คือต้องทำโดยการเขียนด้วยตนเองทั้งฉบับครับ เขียนหมายถึงเขียนด้วยลายมือครับ จะใช้มือเขียนหรือในกรณีที่มือไม่สามารถเขียนได้ จะใช้ร่างกายส่วนไหนเขียนได้หมดครับ แต่ควรคำนึงด้วยว่าถ้าเป็นคนปกติแล้วใช้ส่วนอื่นเขียนระวังว่าอาจจะถูกพิจารณาว่าวิกลจริตขณะทำพินัยกรรมซึ่งผลจะทำให้พินัยกรรมที่ทำนั้นเป็นโมฆะทั้งฉบับได้นะครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">  3 ลงวันเดือนปีที่ทำพินัยกรรมนั้นลงไปครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">  4 ลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรม ข้อควรระมัดระวังในส่วนนี้คือกฎหมายไม่ให้ใช้วิธีการใช้รอยพิมพ์นิ้วมือในการลงชื่อนะครับถ้าทำก็ไม่มีผลเป็นพินัยกรรมครับ พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับต้องการลายมือเท่านั้นครับ เขียนเองทั้งฉบับได้การลงลายมือชื่อก็ควรเขียนเองครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">สำหรับพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับนี้ไม่ต้องใช้พยานสองคนรับรองครับ ดังนั้นแม้มีพยานสองคนรับรองแล้วพยานหรือคู่สมรสของพยานจะรับทรัพย์สินจากพินัยกรรมข้อกำหนดนั้นก็ไม่เป็นโมฆะครับ จะต่างจากพินัยกรรมแบบธรรมดาครับ หากพยานคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคนได้รับทรัพย์สินจากพินัยกรรมนั้นด้วยข้อกำหนดที่ยกทรัพย์สินให้กับพยานทั้งสองคนนั้นจะเป็นโมฆะทันทีครับ นอกจากนี้ยังรวมถึงคู่สมรสของพยานทั้งสองคนก็ห้ามรับทรัพย์สินจากพินัยกรรมที่ทำขึ้นนั้นด้วยครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">การขูด ลบ ตก เติมหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดๆในพินัยกรรมแบบเขียนเองนั้น หลักการเช่นเดิมครับ เขียนอย่างไรจะแก้ก็ต้องทำอย่างนั้นครับ นั่นคือ ทำเป็นหนังสือหรือเอกสาร เขียนด้วยลายมือ ลงวันเดือนปี และลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมครับ แบบต่อไป</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="แบบท-3-พ-น-ยกรรมแบบเอกสารฝ-ายเม-อง"><strong>แบบที่ 3 พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง</strong><strong></strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">วิธีนี้จำมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง ข้อดีก็คือความน่าเชื่อถือจะสูงที่สุดครับแต่ก็ไม่ได้มากมายกว่าสองแบบแรกชนิดทิ้งห่างอะไรมากนะครับ องค์ประกอบของพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองจะมีดังนี้</p>



<p class="has-medium-font-size">  1 ต้องทำเป็นเอกสาร</p>



<p class="has-medium-font-size">  2 ผู้ทำพินัยกรรมต้องไปแจ้งข้อความที่ตนประสงค์จะให้ใส่ไว้ในพินัยกรรมของตนแก่นายอำเภอ หรือผู้อำนวยการเขตต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคน</p>



<p class="has-medium-font-size">  3 นายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตจะจดข้อความที่ผู้ทำพินัยกรรมแจ้งให้ทราบนั้นลงไว้ในพินัยกรรมและอ่านข้อความนั้นให้ผู้ทำพินัยกรรมและพยานฟังครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">  4 เมื่อผู้ทำพินัยกรรมและพยานได้ฟังข้อความและเห็นว่ามีความถูกต้องตรงตามความประสงค์ของผู้ทำพินัยกรรมที่ได้แจ้งไว้แล้ว ผู้ทำพินัยกรรมและพยานต้องลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญ</p>



<p class="has-medium-font-size">  5 นายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตจะลงลายมือชื่อและวันเดือนปี และจดลงไว้ด้วยว่าพินัยกรรมนั้นได้ทำขึ้นถูกต้องตามข้อ 1 ถึงข้อ 3 และประทับตรา</p>



<p class="has-medium-font-size">การแก้ไข ขูดลบ ตก เติม ผู้ทำพินัยกรรม พยานและนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตต้องได้ลงลายมือชื่อกำกับไว้ด้วย</p>



<p class="has-medium-font-size">ตรงนี้ขอเพิ่มเติมเอกสารที่ต้องนำติดตัวไปด้วยเวลาติดต่ออำเภอหรือเขตดังนี้นะครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">  1 &nbsp;ใบคำร้องขอทำพินัยกรรม แบบ พ.ก. 1 (ขอได้ที่อำเภอหรือเขต)</p>



<p class="has-medium-font-size">  2 บัตรประจำตัวประชาชน</p>



<p class="has-medium-font-size">  3 ใบรับรองแพทย์ของโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชนว่าไม่ได้เป็นคนวิกลจริต รายละเอียดติดต่ออำเภอหรือเขตนะครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">  4 สำเนาเอกสารอื่นๆที่เป็นการแสดงกรรมสิทธิ์หรือหลักฐานเกี่ยวกับทรัพย์สิน เช่นโฉนดที่ดิน</p>



<p class="has-medium-font-size">  5 ค่าธรรมเนียมประมาณ 50-200 บาท</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="แบบท-4-พ-น-ยกรรมแบบเอกสารล-บ"><strong>แบบที่ 4 พินัยกรรมแบบเอกสารลับ</strong><strong></strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">  1 ทำเป็นเอกสาร</p>



<p class="has-medium-font-size">  2 ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อในพินัยกรรม</p>



<p class="has-medium-font-size">  3 ผู้ทำพินัยกรรมต้องผนึกพินัยกรรมนั้นและลงลายมือชื่อคาบตรงรอยผนึกนั้นด้วย</p>



<p class="has-medium-font-size">  4 ผู้ทำพินัยกรรมต้องนำพินัยกรรมที่ผนึกนั้นไปแสดงต่อนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขต พร้อมด้วยพยานอย่างน้อยสองคน และให้ถ้อยคำต่อบุคคลทั้งหมดเหล่านั้นว่าเป็นพินัยกรรมของตน ถ้าพินัยกรรมนั้นผู้ทำพินัยกรรมไม่ได้เป็นผู้เขียนเองทั้งหมด ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องแจ้งชื่อและภูมิลำเนาของผู้เขียนให้ทราบด้วย</p>



<p class="has-medium-font-size">  5 เมื่อนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตจดถ้อยคำของผู้ทำพินัยกรรมและวันเดือนปี ที่ทำพินัยกรรมจดไว้บนซองนั้นและประทับตราตำแหน่ง จากนั้นนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขต ผู้ทำพินัยกรรม และพยานต้องลงลายมือชื่อบนซองนั้นด้วย</p>



<p class="has-medium-font-size">การแก้ไข ขูด ลบ ตก เติม เปลี่ยนแปลงใดๆผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อกำกับไว้ด้วยเสมอครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">ในส่วนของพินัยกรรมที่ได้ทำเป็นเอกสารฝ่ายเมืองหรือพินัยกรรมแบบเอกสารลับนั้น นายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตจะไม่สามารถเปิดเผยต่อบุคคลอื่นใดได้ในระหว่างผู้ทำพินัยกรรมยังมีชีวิตอยู่และผู้ทำพินัยกรรมสามารถขอให้นายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตส่งมอบพินัยกรรมนั้นแก่ตนในเวลาใดๆ ก็ได้ครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="แบบท-5-พ-น-ยกรรมแบบทำโดยวาจา"><strong>แบบที่ 5 พินัยกรรมแบบทำโดยวาจา</strong><strong></strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">วิธีการทำพินัยกรรมแบบนี้ต้องมีพฤติการณ์พิเศษเท่านั้นครับจึงจะทำได้ นั่นคือเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษเกิดขึ้นทำให้ไม่มีใครสามารถจะทำพินัยกรรมตามแบบอื่น ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นได้ เช่น ผู้ต้องการทำพินัยกรรมตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย ตกเครื่องบิน มีโรคระบาด หรืออยู่ในสงคราม ผู้ต้องการทำพินัยกรรมที่อยู่ในเหตุการณ์พิเศษสามารถที่จะทำพินัยกรรมด้วยวาจาได้ครับ โดยผู้ทำพินัยกรรมต้องแสดงเจตนากำหนดข้อพินัยกรรมที่ตนต้องการจะทำนั้นต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนที่อยู่พร้อมกัน ณ ที่นั้นครับ พยานสองคนนั้นต้องไปแสดงตนต่อนายอำเภอโดยไม่ชักช้า( หากรอดไปได้ )และแจ้งข้อความที่ผู้ทำพินัยกรรมได้สั่งไว้ด้วยวาจานั้น รวมถึงวัน เดือน ปี สถานที่ที่ทำพินัยกรรมและพฤติการณ์พิเศษนั้นไว้ให้นายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตทราบด้วยครับ จากนั้นนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตก็จะจดข้อความที่พยานแจ้งให้ทราบนั้น และพยานสองคนนั้นก็ต้องลงลายมือชื่อไว้ในพินัยกรรมนั้นด้วยครับ ตรงนี้พินัยกรรมจะสิ้นผลไปเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่เวลาที่ผู้ทำพินัยกรรมกลับมาสู่ฐานะที่จะทำพินัยกรรมตามแบบอื่นที่กำหนดได้นะครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">ต่อไปเป็นพินัยกรรมที่มีลักษณะพิเศษครับ ได้แก่</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="1-พ-น-ยกรรมสำหร-บคนในบ-งค-บไทยท-อย-ในต-างประเทศ"><strong>1 พินัยกรรมสำหรับคนในบังคับไทยที่อยู่ในต่างประเทศ</strong><strong></strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">หมายถึงคนไทยที่ต้องการทำพินัยกรรมเมื่อเขาอยู่ต่างประเทศสามารถทำพินัยกรรมตามแบบที่กล่าวไว้ข้างต้นได้ ส่วนอำนาจและหน้าที่ที่ต้องการนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตในการทำพินัยกรรมในแบบนั้น ๆ จะเป็นหน้าที่ของบุคคลต่อไปนี้แทนครับ คือ พนักงานทูต หรือกงสุลฝ่ายไทย หรือ พนักงานใด ๆ ซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายของต่างประเทศนั้นๆที่จะรับบันทึกข้อแจ้งความไว้เป็นหลักฐานได้ครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="2-พ-น-ยกรรมสำหร-บบ-คคลท-ร-บราชการทหารหร-อทำการเก-ยวข-องอย-ก-บราชการทหารในภาวะการรบหร-อการ"><strong>2 พินัยกรรมสำหรับบุคคลที่รับราชการทหารหรือทำการเกี่ยวข้องอยู่กับราชการทหารในภาวะการรบหรือการ</strong><strong></strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">เป็นสถานการณ์ที่หากในระหว่างเวลาที่ประเทศตกอยู่ในภาวะการรบหรือสงครามเท่านั้นครับ บุคคลที่รับราชการทหารหรือทำการเกี่ยวข้องอยู่กับราชการทหารจะทำพินัยกรรมตามแบบที่กล่าวมาข้างต้นได้ ผู้ที่ทำหน้าที่แทนนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขตได้แก่นายทหารหรือข้าราชการฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตรมีอำนาจหน้าที่แทนครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">นอกจากนี้ยังใช้กับกรณีที่บุคคลที่รับราชการทหารหรือทำการเกี่ยวกับราชการทหารจะทำพินัยกรรมในต่างประเทศในระหว่างที่ปฏิบัติการเพื่อประเทศที่กำลังรบหรือทำสงครามกันด้วยครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="ในส-วนส-ดท-ายน-สำหร-บผ-ท-สนใจให-เราทำพ-น-ยกรรมให-สำน-กงานเราค-ดค-าทำพ-น-ยกรรมเท-าไร">ในส่วนสุดท้ายนี้ สำหรับผู้ที่สนใจให้เราทำพินัยกรรมให้ สำนักงานเราคิดค่าทำพินัยกรรมเท่าไร?</h2>



<p class="has-medium-font-size">ค่าบริการในการทำพินัยกรรมของเรานั้นจะเริ่มที่ 15,000 บาท เป็นต้นไปครับ เช่นเดียวกับการทำงานบริการทางกฎหมายของเราในด้านอื่น ๆ เราคิดราคาจากความยากง่ายของงาน ราคาจึงไม่ได้ขึ้นกับทุนทรัพย์ครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกท่านครับ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลอกขายของออนไลน์ โอนเงินซื้อสินค้าแต่ไม่ได้ของ ต้องการฟ้องร้องดำเนินคดีเองต้องทำอย่างไร?</title>
		<link>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%87/1351/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 05 Feb 2022 12:59:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[การคืนสินค้าและคืนเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ช็อปปิ้งออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ซื้อของออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ซื้อขายออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ซื้อสินค้าไม่ตรงปก]]></category>
		<category><![CDATA[ถูกหลอกขายของออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ถูกหลอกซื้อสินค้าทำอย่างไรดี]]></category>
		<category><![CDATA[ถูกโกง]]></category>
		<category><![CDATA[ถูกโกงออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาสินค้าไม่ตรงปก]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องร้องคดีแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[สั่งของออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[สั่งของได้ของไม่ครบ]]></category>
		<category><![CDATA[สั่งซื้อสินค้าออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[อยากได้เงินคืน]]></category>
		<category><![CDATA[เปลี่ยนของคืนเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[โดนหลอก]]></category>
		<category><![CDATA[โดนหลอกขายของออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[โอนเงินแล้วไม่ส่งของ]]></category>
		<category><![CDATA[ได้กล่องเปล่า]]></category>
		<category><![CDATA[ได้รับสินค้าชำรุด]]></category>
		<category><![CDATA[ได้รับสินค้าไม่ครบ]]></category>
		<category><![CDATA[ได้สินค้าไม่ครบ]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่ได้รับสินค้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://itthigorn.com/?p=1351</guid>

					<description><![CDATA[<div class="entry-summary">
จะทำอย่างไรดีเมื่อสั่งซื้อสินค้าออนไลน์แล้วไม่ได้ของ ได้ของไม่ตรงกับที่สั่ง ของชำรุดเสียหายใช้การไม่ได้ ต้องการฟ้องร้องแต่กลัวเสียค่าใช้จ่ายสูงจะไม่คุ้มกับค่าของที่สั่งแม้ชนะคดี
</div><div class="link-more"><a href="https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%87/1351/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> &#8220;หลอกขายของออนไลน์ โอนเงินซื้อสินค้าแต่ไม่ได้ของ ต้องการฟ้องร้องดำเนินคดีเองต้องทำอย่างไร?&#8221;</span>&#8230;</a></div>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-medium-font-size">ในปัจจุบันที่มีระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ไม่ยาก การซื้อขายออนไลน์นั้นเป็นช่องทางหนึ่งของทั้งผู้ประกอบการและผู้ที่ต้องการซื้อสินค้าในการที่จะพบกันเพื่อติดต่อซื้อขายได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง แต่อย่างไรก็ดีปัญหาที่ตามมาก็คือเป็นช่องทางหนึ่งที่เหล่ามิจฉาชีพหาประโยชน์จากการซื้อขายสิ้นค้าออนไลน์นี้เช่นกัน ปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น สั่งของแล้วได้ของไม่ตรงกับสินค้าที่สั่งซื้อ โอนเงินแล้วพ่อค้าแม่ค้าไม่จัดส่งสินค้าให้ ได้รับสินค้าชำรุด หลอกให้เซ็นต์รับพัสดุผิดกฎหมาย ตุ๋นขายแบบฟ่อนชำระ ส่งของแล้วลูกค้าปฏิเสธที่จะจ่ายเงิน โอนเงินเสร็จเจ้าของร้านหนีหาย โดนบล๊อกโทรไปไม่รับ อยากได้เงินคืน</p>



<p class="has-medium-font-size">การสั่งสินค้าออนไลน์แล้วไม่ได้สินค้าหรือแม้แต่การซื้อสิ้นค้าแล้วสินค้าที่ส่งมานั้นพบว่าไม่ตรงปกที่โฆษณาเอาไว้ หรือเป็นคนละอย่างกับสินค้าที่สั่งซื้อ เหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้อาจจะเป็นได้ทั้งความผิดอาญาหรือความผิดทางแพ่งอย่างเดียว ซึ่งตรงจุดนี้จำเป็นที่จะต้องดูเป็นกรณี ๆ ไป ไม่สามารถสรุปได้ว่าการสั่งซื้อสินค้าไม่ตรงปกนั้นจะเป็นคดีอาญาทั้งหมด หรือจะเป็นแพ่งเพียงอย่างเดียว</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="โดนหลอกซ-อส-นค-าออนไลน-แล-วทำอย-างไรได-บ-าง">โดนหลอกซื้อสินค้าออนไลน์แล้วทำอย่างไรได้บ้าง?</h2>



<p class="has-medium-font-size">อย่างไรก็ดีหากเป็นคดีอาญาเราสามารถใช้บริการภาครัฐซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่ายได้โดยวิธีการร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าการแจ้งความนั่นเอง แต่ในทางแพ่งนั้นหากเป็นสมัยก่อนก็ต้องดำเนินการโดยการฟ้องร้องดำเนินคดีด้วยตนเองซึ่งค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีนั้นอาจไม่คุ้มกับการฟ้องร้องซะเป็นส่วนใหญ่ ด้วยเหตุนี้เองศาลยุติธรรมได้จัดตั้งแผนกคดีซื้อขายออนไลน์ในศาลแพ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการสั่งสินค้าแล้วมีปัญหาและประสงค์ที่จะฟ้องเป็นคดีแพ่งเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมสามารถทำได้เองโดยที่ไม่ต้องมีทนายความหรือเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เนื่องจากปกติแล้วหากฟ้องร้องดำเนินคดีในทางแพ่งนั้นนอกจากต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลแล้วยังจะต้องเสียค่านำหมายซึ่งก็อาจจะหลายร้อยจนถึงเป็นพันบาท</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="การดำเน-นคด-ซ-อขายออนไลน-ในศาลแพ-ง">การดำเนินคดีซื้อขายออนไลน์ในศาลแพ่ง</h2>



<p class="has-medium-font-size">การฟ้องคดีแต่แผนกคดีซื้อขายออนไลน์ในศาลแพ่งนั้นมีข้อดีอีกข้อหนึ่งก็คือสามารถดำเนินคดีได้โดยการออนไลน์เต็มรูปแบบทำให้นอกจากไม่ต้องใช้ทนายแล้วยังไม่ต้องไปศาลอีกด้วยค่ะ นับว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนให้สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อีกช่องทางหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากเลยทีเดียวค่ะ รายละเอียดนั้นตามคลิปวีดีโอของศาลยุติธรรมด้านล่างนี้ค่ะ</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="แนะนำแผนกคดีซื้อขายออนไลน์ในศาลแพ่ง #สะดวกรวดเร็ว #ยื่นฟ้องง่าย #สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง ...." width="632" height="356" src="https://www.youtube.com/embed/ZkrjpCaNsUU?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe>
</div><figcaption>แนะนำแผนกคดีซื้อขายออนไลน์ในศาลแพ่ง สะดวกรวดเร็ว ยื่นฟ้องง่าย สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง</figcaption></figure>



<p class="has-medium-font-size">เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของศาลยุติธรรมที่ไม่จำเป็นต้องมีทนายความในการดำเนินการฟ้องแผนกคดีซื้อขายออนไลน์ ขอให้ผู้ที่สนใจกรุณาติดต่อแผนกคดีซื้อขายออนไลน์ของศาลในพื้นที่ของท่านหรือติดต่อศาลแพ่งและสอบถามรายละเอียดโดยตรงนะคะ หากปรึกษากับทางเราเราจำเป็นที่จะต้องคิดค่าบริการในการให้คำปรึกษาเรื่องนี้ทุกกรณีค่ะ และเราคิดค่าบริการให้คำปรึกษาในเรื่องนี้เพิ่มเป็นสองเท่าของค่าบริการให้คำปรึกษาปกติค่ะ ดังนั้นท่านควรติดต่อสอบถามกับหน่วยงานที่ให้บริการโดยตรงเพื่อปรับปรุงและพัฒนาระบบของหน่วยงานให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปจะได้เป็นประโยชน์กับทุกท่านที่ได้รับความเดือดร้อนจากการซื้อขายออนไลน์ค่ะ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประกาศแจ้งเตือนจากบริษัท ซาวาคามิ (ประเทศไทย) จำกัด</title>
		<link>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%97-%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%94/1173/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 15 Aug 2021 08:06:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[app เงินกู้]]></category>
		<category><![CDATA[กู้ยืม]]></category>
		<category><![CDATA[กู้ยืมเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ซาวาคามิ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทซาวาคามิ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทซาวาคามิจำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ผิดสัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[มิจฉาชีพ]]></category>
		<category><![CDATA[ยืมเงินผ่านไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ยืมเงินในไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญากู้ยืมเงินตามประมวลกฎหมายใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[หลอกลวง]]></category>
		<category><![CDATA[แอบกู้เงิน]]></category>
		<category><![CDATA[แอบเงินกู้]]></category>
		<category><![CDATA[แอปกู้เงินออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[แอพกู้ตัง]]></category>
		<category><![CDATA[แอพกู้เงินด่วน]]></category>
		<category><![CDATA[แอพกู้เงินออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[แอพพลิเคชั่นกู้ยืมเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[แอพสินเชื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[แอพเงินกู้]]></category>
		<category><![CDATA[แอพเงินด่วน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://itthigorn.com/?p=1173</guid>

					<description><![CDATA[<div class="entry-summary">
เนื่องจากมีมิจฉาชีพได้แอบอ้างชื่อ บริษัท ซาวาคามิ (ประเทศไทย) จำกัด ในการหลอกลวงเอาเงินจากผู้เสียหาย บริษัทฯ จึงได้ทำหนังสือแจ้งเตือนเพื่อให้ระวังในการทำธุรกรรมใดๆ กับผู้ที่ได้แอบอ้างชื่อดังกล่าวนั้น และ ได้ดำเนินกระบวนการทางกฎหมายต่อมิจฉาชีพที่แอบอ้างนั้นแล้ว แนะนำช่องทางการร้องทุกข์ของผู้เสียหายต่างๆ
</div><div class="link-more"><a href="https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%97-%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%94/1173/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> &#8220;ประกาศแจ้งเตือนจากบริษัท ซาวาคามิ (ประเทศไทย) จำกัด&#8221;</span>&#8230;</a></div>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-medium-font-size">เนื่องจากมีมิจฉาชีพได้แอบอ้างชื่อ บริษัท ซาวาคามิ (ประเทศไทย) จำกัด ในการหลอกลวงเอาเงินจากผู้เสียหาย บริษัทฯ จึงได้ทำหนังสือแจ้งเตือนเพื่อให้ระวังในการทำธุรกรรมใดๆ กับผู้ที่ได้แอบอ้างชื่อดังกล่าวนั้น และ ได้ดำเนินกระบวนการทางกฎหมายต่อมิจฉาชีพที่แอบอ้างนั้นแล้ว โดยเนื้อหาของประกาศและหนังสือแจ้งความเป็นไปดังภาพข้างล่างนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="661" height="865" src="https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/08/หนังสือประกาศ.png" alt="" class="wp-image-1174" srcset="https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/08/หนังสือประกาศ.png 661w, https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/08/หนังสือประกาศ-229x300.png 229w" sizes="(max-width: 661px) 100vw, 661px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="718" height="1024" src="https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/08/ใบลงบันทึกประจำวัน_20210815-718x1024.jpg" alt="" class="wp-image-1175" srcset="https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/08/ใบลงบันทึกประจำวัน_20210815-718x1024.jpg 718w, https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/08/ใบลงบันทึกประจำวัน_20210815-210x300.jpg 210w, https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/08/ใบลงบันทึกประจำวัน_20210815-768x1096.jpg 768w, https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/08/ใบลงบันทึกประจำวัน_20210815-1077x1536.jpg 1077w, https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/08/ใบลงบันทึกประจำวัน_20210815-1435x2048.jpg 1435w, https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/08/ใบลงบันทึกประจำวัน_20210815-scaled.jpg 1794w" sizes="(max-width: 718px) 100vw, 718px" /></figure>



<p class="has-medium-font-size">บริษัท ซาวาคามิ (ประเทศไทย) จำกัด ไม่ได้ประกอบกิจการบริการด้านการให้สินเชื่อทางการเงินแต่อย่างใด ผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงสามารถนำพยานหลักฐานต่างๆ ยื่นแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานตำรวจด้วยตนเองได้ ณ สถานีตำรวจที่ผู้เสียหายสะดวก เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ รวมถึงเรียกร้องค่าเสียหายและอายัดบัญชีของมิจฉาชีพดังกล่าว</p>



<p class="has-medium-font-size">ช่องทางในการดำเนินการอื่นๆในการร้องทุกข์ ได้แก่</p>



<p class="has-medium-font-size"><a href="https://tcsd.go.th/%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี</a></p>



<p class="has-medium-font-size"><a href="https://csd.go.th/dev/csdhelpme/contact.php" target="_blank" rel="noreferrer noopener">กองปราบปราม</a></p>



<p class="has-medium-font-size">นอกจากนี้ ท่านสามารถติดต่อแจ้งเบาะแสและรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำดังกล่าวโดยส่งมายังบริษัทได้ที่ <a href="mailto:info@sawakami.co.th">info@sawakami.co.th</a></p>



<p class="has-medium-font-size">เนื่องจากสำนักงานเราเพียงแต่เป็นช่องทางหนึ่งในการประชาสัมพันธ์ แจ้งข่าวสารแก่ประชาชนไม่ให้หลงเชื่อมิจฉาชีพในการแอบอ้างบริษัทใดๆเพื่อหลอกลวงประชาชน จึงขอชี้แจงข้อกฎหมายเพิ่มเติมให้กับประชาชนผู้เดือดร้อนจากการถูกหลอกลวงดังกล่าวดังนี้</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การกู้ยืมเงินและสัญญากู้ยืมเงิน</strong><strong></strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">การกู้ยืมเงินนั้นกฎหมายไม่ได้กำหนดแบบของสัญญาไว้ เพียงแต่กำหนดว่าการกู้ยืมเงินมากกว่า 2,000 บาทจะสามารถฟ้องร้องบังคับคดีได้ต้องทำเป็นหนังสือ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเกิดสัญญากู้ยืมเงินแต่อย่างใด สัญญากู้ยืมเงินจะเกิดได้ต่อเมื่อผู้ให้กู้ยืมเงินได้ <strong>ส่งมอบ </strong>เงินให้กับผู้กู้แล้วเท่านั้น การกระทำสัญญาใดๆหาก <strong>ไม่มีการส่งมอบเงินกู้</strong> จากผู้ให้กู้และผู้กู้ได้รับเงินกู้นั้นเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ว่าผู้กู้จะส่งมอบเงินให้กับผู้ให้กู้ สัญญากู้ยืมเงินก็จะยังไม่เกิดขึ้น ผู้ให้กู้ไม่สามารถที่จะมาฟ้องบังคับคดีให้ผู้กู้ต้องชดใช้เงินคืนให้กับผู้ให้กู้ได้แต่อย่างใดครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">แม้ว่าผู้ให้กู้จะอ้างว่า ได้ส่งมอบเงินมาแล้วแต่ระบบผิดพลาดจึงส่งเงินให้ผู้กู้ไม่ได้ก็ตาม ตราบใดที่เรายังไม่ได้เงินจากผู้ให้กู้สัญญากู้ก็จะยังไม่เกิดมีขึ้น การข่มขู่ให้เราส่งมอบเงินใดๆยังเป็นความผิดอาญาอีกด้วยครับ เพราะเป็นการข่มขู่เอาทรัพย์สินทั้งที่ไม่มีมูลหนี้ที่จะอ้างตามกฎหมายได้</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ความรับผิดในทางอาญา</strong><strong></strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">เมื่อสัญญากู้ยืมเงินยังไม่เกิด ผู้กู้ไม่มีหนี้ที่จะต้องโอนใช้เงินใดๆไปให้แก่ผู้ให้กู้แต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีสัญญาเงินกู้ที่จะบังคับได้ ผู้เสียหายสามารถนำพยานหลักฐานทั้งหมดที่มี ยื่นแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจได้ทันที ในข้อหาฉ้อโกงอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และยังเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 อีกฐานหนึ่งด้วยครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">เราเป็นเพียงช่องทางหนึ่งซึ่งต้องการที่จะช่วยประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนที่อาจจะได้รับความเดือดร้อนจากการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ หากท่านได้รับความเสียหายหรือได้รับการข่มขู่ใดๆจากมิจฉาชีพ ท่านสามารถติดต่อหน่วยงานที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับ หากต้องการส่งเบาะแสหรือพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแอบอ้างชื่อบริษัท ซาวาคามิ (ประเทศไทย) จำกัดกรุณาติดต่อผ่านช่องทาง <a href="mailto:legalreply@sawakami.co.th">info@sawakami.co.th</a> นี้เท่านั้นครับ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความผิดฐานดูหมิ่นและหมิ่นประมาท ตอนที่ 4 การหมิ่นประมาทในทางแพ่ง และการจ้างทนายความคดีหมิ่นประมาท</title>
		<link>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b2/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1/1165/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2021 08:41:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กฎหมายอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[คดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[คดีหมิ่นประมาทมีอายุความกี่ปี]]></category>
		<category><![CDATA[ความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างทนาย]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างทนายคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างทนายคดีแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างทนายฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทนายคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทนายฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าปรับคดี หมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าใช้จ่ายในการฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายฟ้องหมิ่นประมาท ราคา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูหมิ่นโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ถูกฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาทค่าใช้จ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องแพ่งหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาท 328]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาท มาตรา 328]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณายอมความ]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราค่าจ้างว่าความ]]></category>
		<category><![CDATA[โทษคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[โทษหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://itthigorn.com/?p=1165</guid>

					<description><![CDATA[<div class="entry-summary">
ความผิดหมิ่นประมาท เมื่อถูกดำเนินคดีแล้วหรือต้องการดำเนินคดีต้องพิจารณาอะไรบ้างในการจ้างทนาย การหมิ่นประมาทในทางแพ่งแตกต่างกับการหมิ่นประมาทในทางอาญาอย่างไร การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในทางแพ่ง ขอให้โฆษณาคำขอโทษทำได้หรือไม่
</div><div class="link-more"><a href="https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b2/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1/1165/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> &#8220;ความผิดฐานดูหมิ่นและหมิ่นประมาท ตอนที่ 4 การหมิ่นประมาทในทางแพ่ง และการจ้างทนายความคดีหมิ่นประมาท&#8221;</span>&#8230;</a></div>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h1 class="wp-block-heading"><strong>การหมิ่นประมาทในทางแพ่ง และการจ้างทนายความคดีหมิ่นประมาท</strong><strong></strong></h1>



<p class="has-medium-font-size">เราได้พูดถึงการหมิ่นประมาทในทางอาญากันไปแล้ว ต่อไปเราจะมาพูดถึงการหมิ่นประมาทในทางแพ่งกันบ้าง มาตราที่เกี่ยวข้องมี 2 มาตราได้แก่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และมาตรา 423<a></a><a></a></p>



<p class="has-medium-font-size"><em>“<strong>มาตรา ๔๒๐</strong>&nbsp;&nbsp;ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em><strong>มาตรา ๔๒๓</strong>&nbsp;&nbsp;ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em>ผู้ใดส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริง หากว่าตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้นมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่”</em></p>



<p class="has-medium-font-size">จะเห็นได้ว่าการหมิ่นประมาทในทางแพ่งนั้นอยู่ในเรื่องของละเมิด โดยที่การหมิ่นประมาทในทางแพ่งถ้าหากว่าเรื่องที่พูดเป็นความจริง เราจะปรับใช้มาตรา 420 ซึ่งเป็นเรื่องของการละเมิดที่เป็นบททั่วไปครับ เพราะถือเป็นการกระทำละเมิดอย่างหนึ่ง ถ้าหากเรื่องที่เป็นความจริงนั้นทำให้เราเสียหาย ก็จะทำให้เราสามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ที่ทำละเมิดต่อเราได้นั่นเอง</p>



<p class="has-medium-font-size">แต่ถ้าเป็นการนำเรื่องที่ไม่เป็นความจริงมาใส่ความนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้กำหนดไว้โดยเฉพาะอยู่ในมาตรา 423 ครับ ทำให้ถ้าเรื่องเท็จนั้นทำให้เราเสียหาย นอกจากที่เราจะสามารถเรียกค่าสินใหมทดแทนจากความเสียหายนั้นได้แล้วเรายังสามารถที่จะเรียกร้องให้ผู้ที่หมิ่นประมาทเราโดยใช้ข้อความอันเป็นความเท็จนั้นแก้ไขชื่อเสียงเราให้กลับคืนดีได้ด้วยครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">จากครั้งที่แล้วที่เรากล่าวไว้ว่าในทางอาญาว่าเราจะไม่สามารถขอให้ศาลสั่งให้ผู้ที่หมิ่นประมาทเราแก้ข่าวหรือเผยแพร่เพื่อทำให้ชื่อเสียงเราคืนดีได้ ซึ่งจะทำได้เพียงขอศาลให้สั่งผู้ที่กระทำความผิดโฆษณาคำพิพากษาเพียงเท่านั้น แต่ในทางแพ่งนั้น สามารถขอให้ศาลสั่งได้ครับโดยถูกกำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 447 ครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">&#8220;<em><strong>มาตรา ๔๔๗</strong> บุคคลใดทำให้เขาต้องเสียหายแก่ชื่อเสียง เมื่อผู้ต้องเสียหายร้องขอ ศาลจะสั่งให้บุคคลนั้นจัดการตามควรเพื่อทำให้ชื่อเสียงของผู้นั้นกลับคืนดีแทนให้ใช้ค่าเสียหาย หรือทั้งให้ใช้ค่าเสียหายด้วยก็ได้”</em></p>



<p class="has-medium-font-size">อย่างไรก็ดีส่วนใหญ่เมื่อมีการหมิ่นประมาทกัน โดยเฉพาะการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา หรือดูหมิ่นด้วยการโฆษณา ผู้เสียหายมักจะใช้วิธีการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจพร้อมทั้งเรียกร้องเป็นตัวเงินเพื่อให้ยอมความครับ ซึ่งก็เป็นช่องทางหนึ่งในการระงับข้อพิพาท แต่ต้องระมัดระวังในเรื่องของการเรียกร้องค่าเสียหายครับ การเรียกร้องนั้นต้องเป็นการเยียวยาหรือชดเชยให้กับความเสียหายไม่ใช่การหาประโยชน์จากการเป็นคดีความด้วยนะครับ</p>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>การจ้างทนายความคดีหมิ่นประมาท</strong><strong></strong></h1>



<p class="has-medium-font-size">คดีหมิ่นประมาทเราต้องจ้างทนายหรือไม่? ขึ้นอยู่กับว่าเราจะดำเนินคดีอะไร อย่างไรครับ ขอแบ่งเป็นดังนี้ครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ดำเนินคดีเมื่อถูกหมิ่นประมาท</strong><strong></strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">เราสามารถดำเนินคดีได้ทั้งทางแพ่งและทางอาญาครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">การดำเนินคดีอาญาเราสามารถทำได้ 2 ช่องทางคือผู้เสียหายฟ้องเอง กับผู้เสียหายร้องทุกข์กล่าวโทษหรือที่เรียกกันว่าแจ้งความกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">การดำเนินคดีทางแพ่งเราสามารถดำเนินคดีได้เพียงวิธีเดียวคือผู้เสียหายฟ้องแพ่งด้วยตนเองครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">การดำเนินคดีจะมีวิธีการแบ่งออกเป็น 2 วิธีดังนี้ครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>1.1 การดำเนินคดีโดยใช้วิธีแจ้งความร้องทุกข์</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">กรณีนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ทนายครับ เพียงแต่ผู้เสียหายเดินทางไปสถานีตำรวจแล้วก็แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นและการกระทำนั้นเป็นการหมิ่นประมาทเราอย่างไรก็ว่าไปครับ เล่ารายละเอียดให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังครับว่าข้อความตรงไหนที่เป็นการดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทเราบ้าง จากนั้นก็แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าขอให้นำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษด้วยครับ แล้วท่านพนักงานสอบสวนก็จะค้นหาพยานหลักฐาน สืบหาข้อเท็จจริง สรุปสำนวนส่งอัยการเพื่อสั่งฟ้องหรือไม่เป็นการต่อไปครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">ได้กล่าวไปแล้วว่าการดำเนินคดีอาญานั้น ถ้าผิดจริงผลสุดท้ายคือผู้กระทำความผิดเข้าคุกหรือเสียค่าปรับครับ ผู้เสียหายจะไม่ได้รับการชดใช้เป็นตัวเงินแต่อย่างใด ซึ่งตรงนี้หากต้องการให้ศาลสั่งให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่เราด้วย ผู้เสียหายก็จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญานั้นครับ โดยขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่เราด้วยครับ เราอาจจะขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการด้วยก็ได้ครับ ซึ่งตรงนี้จะทำเองหรือใช้ทนายก็แล้วแต่สะดวกครับ หรือถ้าหากไม่ขอร่วมไปกับคดีที่อัยการเป็นโจทก์ก็สามารถแยกมาฟ้องเป็นคดีแพ่งเองต่างหากได้ด้วยครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>1.2 การดำเนินคดีโดยการฟ้องคดีด้วยตนเอง</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">เป็นอีกวิธีหนึ่งซึ่งวิธีนี้จำเป็นที่จะต้องใช้ทนายความในการฟ้องร้องและสืบพยานครับ ค่าใช้จ่ายจึงค่อนข้างสูงกว่าวิธีแรกที่แทบจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆครับ วิธีฟ้องเป็นคดีอาญาด้วยตนเองนี้ข้อเสียคือ</p>



<p class="has-medium-font-size">ในคดีแพ่งนั้นหากเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน ก็จะมีค่าฤชาธรรมเนียมศาลเข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วยครับ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้การฟ้องคดีด้วยตนเองนั้นมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีแรกมาก</p>



<p class="has-medium-font-size">โดยส่วนใหญ่แล้วเมื่อมีการดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทเกิดขึ้นมักจะจบที่ชั้นพนักงานสอบสวน ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเล็กน้อยและยอมความกันไปครับ แต่ถ้าต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันจริงๆหรือค่าสินไหมทดแทนที่ผู้เสียหายเรียกร้องนั้นมากเกินสมควรจนไม่สามารถตกลงกันได้ ก็โอกาสที่จะต้องไปต่อสู้กันในชั้นศาลสูงครับ การฟ้องคดีเองส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นจากไปแจ้งความแล้วเจ้าหน้าที่ปฏิเสธที่จะทำคดีครับ ซึ่งก็อาจมีได้หลายสาเหตุครับ ลองหาอ่านบทความเก่าๆของเราดูครับ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความผิดฐานดูหมิ่นและหมิ่นประมาท ตอนที่ 3 บทยกเว้นความผิด ยกเว้นโทษกับการดำเนินคดีในความผิดฐานหมิ่นประมาท</title>
		<link>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b2/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%97-%e0%b8%95/1155/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Jul 2021 14:50:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กฎหมายอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายการฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายหมิ่นประมาท มาตรา 328]]></category>
		<category><![CDATA[การ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[การฟ้องกลับคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[การฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[การฟ้องหมิ่นประมาท facebook]]></category>
		<category><![CDATA[การหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ขั้นตอนการฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[คดีฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[คดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[คดีหมิ่นประมาทมีอายุความกี่ปี]]></category>
		<category><![CDATA[คดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญาหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างทนายฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทนายคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทนายฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าใช้จ่ายในการฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[คำฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายฟ้องหมิ่นประมาท ราคา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูหมิ่นด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูหมิ่นโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ถูกฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องทําให้เสียชื่อเสียง]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาท facebook]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาท พรบ คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาท ราคา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาทค่าใช้จ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาทคือ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาททําให้เสียชื่อเสียง]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาทมาตรา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องแพ่งหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาท 328]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาท มาตรา 328]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา พรบ คอม]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มาตรา]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณายอมความ]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาโทษ]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทเป็นคดีอะไร]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทเรียกเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยการโฆษณายอมความได้หรือไม่]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาอัตราโทษ]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาอายุความ]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาโทษ]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[โดนข้อหาหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[โดนคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[โดนฟ้องคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[โดนฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[โดนฟ้องหมิ่นประมาทไม่มีเงินจ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[โดนหมิ่นประมาททาง facebook]]></category>
		<category><![CDATA[โดนแจ้งความหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[โทษคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[โทษหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[โทษหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://itthigorn.com/?p=1155</guid>

					<description><![CDATA[<div class="entry-summary">
พูดถึงข้อต่อสู้การดำเนินคดี การยกเว้นความผิด ยกเว้นโทษ หรือข้อต่อสู้ต่างๆที่มี เมื่อถูกดำเนิตคดีหรือต้องการดำเนินคดีเกี่ยวกับการกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ดูหมิ่นซึ่งหน้า หรือดูหมิ่นด้วยการโฆษณา รวมถึงอำนาจศาลที่สามารถออกคำสั่งหรือมีคำพิพากษาให้จำเลยทำอะไรได้บ้างนอกจากให้ติดคุกหรือลงโทษปรับ
</div><div class="link-more"><a href="https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b2/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%97-%e0%b8%95/1155/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> &#8220;ความผิดฐานดูหมิ่นและหมิ่นประมาท ตอนที่ 3 บทยกเว้นความผิด ยกเว้นโทษกับการดำเนินคดีในความผิดฐานหมิ่นประมาท&#8221;</span>&#8230;</a></div>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-medium-font-size">เป็นตอนเกือบสุดท้ายของเรื่องความผิดฐานหมิ่นประมาทและการดูหมิ่นแล้ว คือเรื่องของบทยกเว้นความผิดและยกเว้นโทษ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>1 การยกเว้นความผิดคืออะไร?</strong> หรือทำอย่างไรจึงไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท?</h2>



<p class="has-medium-font-size">คำตอบของคำถามที่ว่าทำอย่างไรจึงจะไม่ผิดหมิ่นประมาท ตอบแบบกำปั้นทุบดินก็คือทำให้เข้าบทยกเว้นความผิดฐานหมิ่นประมาทครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">การยกเว้นความผิดจะเป็นบทที่กฎหมายกำหนดไว้ว่าการกระทำของเราจะเข้าองค์ประกอบของความผิดซึ่งในที่นี่คือความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาก็ตาม แต่กฎหมายยกเว้นไว้ว่าบางกรณีการกระทำที่เข้าองค์ประกอบดังกล่าวนั้น กฎหมายไม่ถือเป็นความผิด จึงยกเว้นความผิดให้ผลก็คือ เราก็จะไม่เป็นผู้ที่มีความผิดเสมือนว่าไม่เคยถูกดำเนินคดีมาก่อนนั่นเอง ซึ่งในเรื่องความผิดฐานหมิ่นประมาทไม่ว่าจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทธรรมดาหรือการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณานั้น กฎหมายได้กำหนดบทยกเว้นความผิดไว้ในมาตรา 329 และมาตรา 331 มาดูตัวบทกันก่อน</p>



<p class="has-medium-font-size"><em>“<strong>มาตรา ๓๒๙</strong>&nbsp;&nbsp;ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต</em></p>



<p class="has-medium-font-size">             (๑) <em>เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม</em></p>



<p class="has-medium-font-size">             <em>(๒) ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่</em></p>



<p class="has-medium-font-size">             <em>(๓) ติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ หรือ</em></p>



<p class="has-medium-font-size">             (๔) <em>ในการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมเรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม</em></p>



<p class="has-medium-font-size">             <em>ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท”</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em>“<strong>มาตรา ๓๓๑</strong>&nbsp;&nbsp;คู่ความหรือทนายความของคู่ความ ซึ่งแสดงความคิดเห็น หรือข้อความในกระบวนการพิจารณาคดีในศาล เพื่อประโยชน์แก่คดีของตน ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท”</em></p>



<p class="has-medium-font-size">จากบทความที่แล้วนั้นเราได้กล่าวไปแล้วว่าการกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทนั้นกฎหมายไม่สนใจความจริงหรือไม่จริงของเรื่อง ดังนั้นทำให้การพูดความจริงแต่เป็นการลดคุณค่าของผู้อื่นลงก็อาจเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ แต่อย่างไรก็ดี ถ้าการพูดความจริงนั้นเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความจริงโดย<strong>สุจริต</strong> ซึ่งสำหรับมาตรานี้พิจารณาโดยดูจากว่าสุจริตหรือไม่ ถ้าสุจริตกฎหมายก็ยกเว้นไว้โดยไม่ถือเป็นความผิดนั่นเอง ทำให้ผู้กระทำไม่มีความผิดในฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นหรือหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา การแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริตนั้นกฎหมายได้กำหนดไว้ในมาตรา 329 มี 4 เรื่องด้วยกันได้แก่</p>



<p class="has-medium-font-size"><strong>อนุมาตรา 1 เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม</strong><strong></strong></p>



<p class="has-medium-font-size">อนุมาตรานี้ที่ใช้กันบ่อยสุดก็คือเป็นการกระทำตามเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญครับ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจำกัดเสรีภาพเหล่านี้จะทำไม่ได้ แต่อย่างไรก็ดี ถ้าพูดถึงเสรีภาพให้เรานึกถึงเราใส่ห่วงยางกลมๆไว้ที่เอวครับ หมายความว่าเสรีภาพเราไม่จำกัดแต่ถ้าเสรีภาพของเราไปกระทบกับสิทธิของผู้อื่นเสรีภาพของเราก็จะถูกจำกัดได้ เหมือนห่วงยางครับ ถ้าไปชนกับห่วงยางของคนอื่นเราก็จะกระเด้งออกมาไม่สามารถใช้สิทธิเสรีภาพของเราจนไปกระทบสิทธิของผู้อื่นได้ครับ ดังนั้นรัฐธรรมนูญจึงกำหนดว่า เสรีภาพที่กำหนดไว้ว่าทุกคนมีสิทธินั้นสามารถจำกัดได้ถ้ามีกฎหมายออกมาบัญญัติห้ามไว้ครับ เราอยากให้คนเคารพสิทธิเสรีภาพของเรา เราก็ต้องเคารพสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นด้วย ซึ่งกฎหมายก็คุ้มครองทุกคนเท่าเทียมกันครับ</p>



<p class="has-medium-font-size"><strong>อนุมาตรา 2 ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติตามหน้าที่</strong><strong></strong></p>



<p class="has-medium-font-size">อนุมาตรานี้เพื่อเป็นการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานครับ เช่นการรายงานตามหน้าที่ที่ตนสืบสวนครับ</p>



<p></p>



<p class="has-medium-font-size"><strong>อนุมาตรา 3 ติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ</strong><strong></strong></p>



<p class="has-medium-font-size">อนุมาตรานี้เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญเช่นกันครับ โดยมากสื่อมักจะใช้อนุมาตรานี้กับอนุมาตรา 4 ครับ</p>



<p></p>



<p class="has-medium-font-size"><strong>อนุมาตรา 4 ในการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมเรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม</strong><strong></strong></p>



<p class="has-medium-font-size">อนุมาตรานี้จะเป็นพวกข่าวในชั้นศาลหรือในการประชุมครับ อย่างไรก็ดีไม่ว่าจะอนุมาตรา 3 หรือ 4 นั้นหากจะใช้ข้อความนั้นต้องเป็นข้อความที่เป็นความจริง หรือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงไม่ได้บิดเบือนครับ สำหรับการพิจารณาคดีในศาลต้องไม่ใช่กรณีการพิจารณาคดีลับนะครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">สำหรังเหตุยกเว้นความผิดตามมาตรา 331 นั้นตรงตัวครับจึงขอข้ามไปพูดถึงเรื่องเหตุยกเว้นโทษครับ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>2 การยกเว้นโทษคืออะไร?</strong> หรือทำอย่างไรจึงจะไม่ต้องรับโทษในความผิดฐานหมิ่นประมาท?</h2>



<p class="has-medium-font-size">การยกเว้นโทษก็คือศาลจะพิพากษาว่าบุคคลที่กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้นมีความผิดครับ แต่ไม่ต้องรับโทษไม่ติดคุกไม่ต้องเสียค่าปรับนั่นเองครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">เหตุยกเว้นโทษในความผิดฐานหมิ่นประมาท กฎหมายได้บัญญัติไว้ในมาตรา 330 ครับเรามาดูตัวบทกันก่อน</p>



<p class="has-medium-font-size"><em>“<strong>มาตรา ๓๓๐</strong>&nbsp;&nbsp;ในกรณีหมิ่นประมาท ถ้าผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดพิสูจน์ได้ว่าข้อที่หาว่าเป็นการหมิ่นประมาทนั้นเป็นความจริง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em>แต่ห้ามไม่ให้พิสูจน์ ถ้าข้อที่หาว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัว และการพิสูจน์จะไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน</em><em>”</em></p>



<p class="has-medium-font-size">สำหรับผู้ที่พูดความจริง ซึ่งความจริงนั้นไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แม้จะไม่สุจริตก็ตามก็จะยังเป็นเหตุยกเว้นโทษได้หากเข้าองค์ประกอบของมาตรานี้ครับ และถ้าหากเรื่องนั้นเป็นเรื่องส่วนตัวแต่ถ้าเรื่องนั้นเป็นประโยชน์ต่อประชาชนแล้วก็เป็นเหตุยกเว้นโทษตามมาตรานี้นะครับ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>3 ขั้นตอนของคดีหมิ่นประมาท หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ดูหมิ่นซึ่งหน้า หรือดูหมิ่นด้วยการโฆษณา</strong></h2>



<h3 class="has-medium-font-size wp-block-heading"><strong>3.1 ความผิดฐานหมิ่นประมาท หรือหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา</strong><strong></strong></h3>



<p class="has-medium-font-size">เราได้กล่าวไปบ้างแล้วในบทความแรกๆว่าระหว่าคดีหมิ่นประมาทหรือหมิ่นประมาทโดยการโฆษณานั้นเป็นความผิดอันยอมความได้ไม่ใช่ความผิดที่เป็นอาญาต่อแผ่นดิน ดังนั้นหากผู้เสียหายยินยอมไม่ว่าจะด้วยเหตุอะไร โดยส่วนใหญ่ผู้เสียหายมักจะเรียกร้องเป็นเงิน ทรัพย์สินหรือให้กระทำการใดอันเป็นการขอโทษ หรือบางครั้งผู้กระทำความผิดมาขอขมาจนผู้เสียหายยินยอมถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความเองก็ได้ ดังนั้นหากสามารถที่จะตกลงกันยอมความกันได้ ก็จะเป็นเหตุให้คดีอาญาระงับกันได้ทุกเมื่อครับ นั่นหมายความว่ามีโอกาสที่ผู้ที่กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท หรือหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จะยุติการดำเนินคดีในชั้นตำรวจหรือพนักงานสอบสวนได้ โดยที่ไม่ต้องมีคดีติดตัวครับ</p>



<h3 class="has-medium-font-size wp-block-heading"><strong>3.2 ความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า หรือดูหมิ่นด้วยการโฆษณา</strong><strong></strong></h3>



<p class="has-medium-font-size">ความผิดฐานนี้กฎหมายอาญาไม่ได้ระบุไว้ว่าเป็นความผิดลหุทาครับ ดังนั้นไม่สามารถยอมความได้ตามประมวลกฎหมายอาญา แต่เนื่องจากว่าเป็นความผิดลหุโทษ กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาให้อำนาจพนักงานสอบสวนหรือตำรวจสามารถจะเปรียบเทียบปรับเพื่อให้คดีอาญาเลิกกันได้ ซึ่งผู้เสียหายและผู้ต้องหาจะต้องยินยอมด้วยเช่นกันจึงจะเปรียบเทียบปรับแล้วทำให้คดีอาญาระงับไปได้ครับ</p>



<h3 class="has-medium-font-size wp-block-heading"><strong>3.3 หากมีการดำเนินคดีต่อไปผู้เสียหายสามารถเรียกร้องอะไรได้บ้าง</strong><strong></strong></h3>



<p class="has-medium-font-size">ประมวลกฎหมายอาญาให้อำนาจศาลสั่งจำเลยทำอะไรได้บ้างถูกกำหนดไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 332</p>



<p class="has-medium-font-size"><em>“<strong>มาตรา ๓๓๒</strong>&nbsp;&nbsp;ในคดีหมิ่นประมาทซึ่งมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ศาลอาจสั่ง</em></p>



<p class="has-medium-font-size">             (๑) <em>ให้ยึดและทำลายวัตถุหรือส่วนของวัตถุที่มีข้อความหมิ่นประมาท</em></p>



<p class="has-medium-font-size">             <em>(๒) ให้โฆษณาคำพิพากษาทั้งหมด หรือแต่บางส่วนในหนังสือพิมพ์หนึ่งฉบับหรือหลายฉบับ ครั้งเดียวหรือหลายครั้ง โดยห้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา”</em></p>



<p class="has-medium-font-size">จะเห็นได้ว่าผู้เสียหายสามารถขอให้ศาลทำลายวัตถุเช่นกระดาษ หรืออย่างอื่นที่มีข้อความหมิ่นประมาทได้ และยังขอให้ศาลสั่งให้จำเลยที่ถูกพิพากษาว่ามีความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้นโฆษณาคำพิพากษาลงในหนังสือพิมพ์ได้อีกด้วย แต่ว่าเฉพาะคำพิพากษาเท่านั้นนะครับ คำขออภัยประมวลกฎหมายอาญาไม่ได้ให้อำนาจศาลในการสั่งไว้ครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>แล้วที่ให้โฆษณาคำขออภัยต้องทำอย่างไร</strong><strong>?</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">ต้องทำความเข้าใจก่อนว่ากฎหมายอาญานั้นมุ่งประสงค์ที่จะนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ แต่ในหมวดความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้นเป็นการกำหนดให้อำนาจศาลในการสั่งอย่างอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือจากจำคุกหรือชำระค่าปรับครับ ดังนั้นสิ่งที่ผู้เสียหายมักเรียกร้องกันดังได้กล่าวไว้ข้างต้นเช่นเรียกเงินหรือทรัพย์สิน หรืออย่างอื่นเป็นการตกลงกันเองเพื่อให้ผู้เสียหายยอมความครับ ส่วนการเรียกร้องค่าเสียหาย และการให้โฆษณาหรือจัดการตามสมควรเพื่อให้ชื่อเสียงของผู้เสียหายในความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นกลับคืนดี เหล่านี้เป็นการเรียกร้องในทางแพ่งครับ ดังนั้นเรามาดูการหมิ่นประมาทในทางแพ่งขอยกไปตอนหน้านะครับ พร้อมกับเรื่องการจ้างทนายความในความผิดฐานหมิ่นประมาทธรรมดา หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ดูหมิ่นซึ่งหน้า หรือค่าทนายความในความผิดฐานดูหมิ่นด้วยการโฆษณาด้วยครับ</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความผิดฐานดูหมิ่นและหมิ่นประมาท ตอนที่ 2 การหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา การดูหมิ่นซึ่งหน้า และการดูหมิ่นด้วยการโฆษณา</title>
		<link>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b2/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%86/1116/</link>
					<comments>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b2/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%86/1116/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Jul 2021 08:33:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กฎหมายอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายการฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายหมิ่นประมาท มาตรา 328]]></category>
		<category><![CDATA[การ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[การฟ้องกลับคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[การฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[การฟ้องหมิ่นประมาท facebook]]></category>
		<category><![CDATA[การหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ขั้นตอนการฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[คดีฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[คดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[คดีหมิ่นประมาทมีอายุความกี่ปี]]></category>
		<category><![CDATA[คดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญาหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างทนายฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทนายคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทนายฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าใช้จ่ายในการฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[คำฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายฟ้องหมิ่นประมาท ราคา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูหมิ่นด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูหมิ่นโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ถูกฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องทําให้เสียชื่อเสียง]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาท facebook]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาท พรบ คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาท ราคา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาทค่าใช้จ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาทคือ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาททําให้เสียชื่อเสียง]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาทมาตรา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องแพ่งหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาท 328]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาท มาตรา 328]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา พรบ คอม]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มาตรา]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณายอมความ]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาอายุความ]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาโทษ]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทเป็นคดีอะไร]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทเรียกเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พรบ คอม]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา มาตรา]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยการโฆษณายอมความได้หรือไม่]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาอัตราโทษ]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาอายุความ]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาโทษ]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[อายุความคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[อายุความหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[อายุความหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[โดนข้อหาหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[โดนคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[โดนฟ้องคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[โดนฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[โดนฟ้องหมิ่นประมาทไม่มีเงินจ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[โดนหมิ่นประมาททาง facebook]]></category>
		<category><![CDATA[โดนแจ้งความหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[โทษคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[โทษหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[โทษหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://itthigorn.com/?p=1116</guid>

					<description><![CDATA[<div class="entry-summary">
บทความนี้พูดถึงการหมิ่นประมาทโดยทางโฆษณา และการดูหมิ่น ไม่ว่าจะเป็นการหมิ่นประมาททาง facebook twitter line การที่จะเป็นความผิดในฐานนี้นั้นต้องพิจารณาถึงอะไรบ้าง อย่างไรถึงจะเป็นความผิด รวมถึงการดูหมิ่นในฐานความผิดอื่นๆด้วยครับ
</div><div class="link-more"><a href="https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b2/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%86/1116/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> &#8220;ความผิดฐานดูหมิ่นและหมิ่นประมาท ตอนที่ 2 การหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา การดูหมิ่นซึ่งหน้า และการดูหมิ่นด้วยการโฆษณา&#8221;</span>&#8230;</a></div>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h1 class="wp-block-heading"><strong>การหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา การหมิ่นประมาทผู้ตาย การดูหมิ่นซึ่งหน้า และการดูหมิ่นด้วยการโฆษณา</strong></h1>



<p class="has-medium-font-size">บทความที่แล้วเราได้พูดถึงเรื่องของการหมิ่นประมาทซึ่งเป็นบททั่วไปแล้ว บทความนี้เราจะพูดถึงการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาว่ามีลักษณะอย่างไร ต้องกระทำผิดอย่างไรถึงจะเข้าฐานความผิดทางอาญาเรื่องนี้ได้นะครับ ก่อนอื่นเรามาดูหลักกฎหมายกันก่อน การหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาถูกบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญาหมวด 3 ว่าด้วยเรื่องความผิดฐานหมิ่นประมาท มาตรา 328 ครับ</p>



<p class="has-medium-font-size"><a><em>“<strong>มาตรา ๓๒๘</strong></em></a><a href="https://www.krisdika.go.th/librarian/getfile?sysid=443287&amp;ext=htm#_ftn131"></a><em> </em><em>&nbsp;ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท”</em></p>



<p class="has-medium-font-size">เนื่องจากองค์ประกอบของการหมิ่นประมาทเราได้พูดถึงกันไปแล้ว ดังนั้นเราจะข้ามไม่พูดถึงในบทความนี้อีกนะครับ ถ้าหากต้องการอ่านรายละเอียดในความผิดฐานหมิ่นประมาทเพิ่มเติมสามารถย้อนกลับไปดูในบทความเรื่อง <strong><a href="https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b2/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1/1059/">การหมิ่นประมาทและการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา</a> </strong>ของเราได้ครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">จากตัวบทกฎหมายอาญา มาตรา 328 ข้างต้นมีข้อสังเกตนิดหนึ่งนะครับ ตัวบทจะใช้คำว่าการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาครับ ถ้าเป็นการดูหมิ่นตัวบทจะใช้คำว่าการดูหมิ่นด้วยการโฆษณาครับ ความหมายอาจไม่แตกต่างกันแต่เป็นข้อสังเกตเล็กๆน้อยๆครับ เป็นคำที่กฎหมายใช้ครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การโฆษณาในความผิดฐานนี้หมายความว่าอย่างไร?</strong></h3>



<p class="has-medium-font-size">ในการวิเคราะห์องค์ประกอบของกฎหมายนั้นเราต้องทำความเข้าใจความหมายของคำในกฎหมายเสียก่อนว่ากฎหมายได้ตีความไว้ว่าอย่างไร เพราะบางครั้ง คำที่เราใช้อยู่ที่ไปกับคำทางกฎหมายจะมีความหมายแตกต่างกันทำให้บางครั้งการกระทำบางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็นความผิดอาญา แต่จริงๆแล้วกลับไม่เป็นความผิดทางอาญาครับ ฟ้องไปศาลโอกาสที่จะถูกยกฟ้องก็มีสูงครับ</p>



<p class="has-medium-font-size"><strong>การโฆษณา </strong>ในความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นนั้นหมายถึง การเผยแพร่ไปสู่ประชาชนครับ ดังนั้นการกระทำที่เป็นการโฆษณาในสายตาของกฎหมายยกตัวอย่างเช่น การให้สัมภาษณ์ การเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องพิจารณาดีๆนะครับว่าใครเข้าฐานอะไรบ้าง เช่น การให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ผู้ให้สัมภาษณ์เองจะผิดฐานหมิ่นประมาท แต่ผู้ที่นำลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์จะผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>นอกจากสื่อสิ่งพิมพ์แล้วสื่ออย่างอื่นที่เป็นการลงโฆษณามีอะไรบ้าง</strong>?</h3>



<p class="has-medium-font-size">เนื่องจากว่าหนังสือพิมพ์ในยุคสังคมออนไลน์นี้มีความนิยมลดน้อยถอยลงไปมาก สิ่งที่มาแทนที่ก็คือแอพพลิเคชั่นที่ใช้ติดต่อสื่อสารกันครับ ซึ่งก็มีมากมายหลากหลายที่ให้ผลคล้ายกับการลงพิมพ์ทางหนังสือพิมพ์ เช่น line, facebook, twitter, instragram หรือแอพพลิเคชั่นออนไลน์อื่นๆ ทำให้การเขียนหรือพิมพ์ข้อความลงสู่สังคมออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่นแต่างๆก็มีโอกาสที่จะเป็นการกระทำผิดฐานหมิ่นประมาท หรือหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาได้เช่นเดียวกับการพิมพ์ข้อความลงหนังสือพิมพ์นั่นเองครับ แต่จะผิดอย่างไรนั้นต้องพิจารณาองค์ประกอบของกฎหมายเป็นกรณีไปครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading">ข้อความในแอพพลิเคชั่นไลน์ (Line) เป็นหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาหรือไม่?</h3>



<p class="has-medium-font-size">การกระทำใดถึงเรียกว่าเป็นการหมิ่นประมาททาง <strong>Line</strong> นั้น เราต้องพิจารณาว่าการพิมพ์ข้อความที่เป็นการหมิ่นประมาทลงที่ใดใน line ครับ ถ้าเป็นในส่วนของ timeline ซึ่งบุคคลทั่วไปอาจเข้าถึงได้โดยการเปิดเป็นสาธารณะ ก็มีโอกาสเข้าฐานความผิดของการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาได้ครับ แต่ถ้าพิมพ์ข้อความส่งทาง ไลน์กลุ่ม กฎหมายมองว่าเป็นการแจ้งข่าวเฉพาะผู้ซึ่งอยู่ในกลุ่มเท่านั้น ยังไม่ถึงกับว่าเป็นการกระจายข่าวไปสู่สาธารณะชนครับ ทำให้การพิมพ์ข้อความลงไลน์กลุ่มจึงยังไม่เข้าในฐานความผิดของการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา แต่ก็อาจเข้าฐานความผิดของการหมิ่นประมาทได้อยู่นะครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading">ข้อความในเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ Facebook, Twitter เป็นหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาหรือไม่?</h3>



<p class="has-medium-font-size">อย่างไรถึงเรียกว่าโดนหมิ่นประมาททาง Facebook, twitter ต้องพิจารณาว่าเปิดเป็นสาธารณะหรือเปล่าเช่นกันครับ ถ้าหากเปิดเป็นสาธารณะหรือ public ซึ่งผู้อื่นสามารถที่จะส่งต่อข้อความนั้น share, retweet ให้ผู้อื่นอ่านได้ก็อาจเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาได้ครับ และแม้ไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะก็อาจเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทธรรมดาได้อยู่เช่นเดียวกับการส่งข้อความทางไลน์ครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">ส่วนองค์ประกอบอื่นของการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พิจารณาเช่นเดียวกับองค์ประกอบการหมิ่นประมาททั่วไปซึ่งเราได้เขียนเอาไว้แล้วในบทความก่อนหน้าครับ หัวข้อถัดไปของเรื่องการหมิ่นประมาทนั้น เราจะพูดถึงการหมิ่นประมาทผู้ที่ตายไปแล้วต่อครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การหมิ่นประมาทผู้ตาย</strong><strong></strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">เป็นอีกหนึ่งฐานความผิดในหมวดของการหมิ่นประมาทครับ อยู่ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 327 เรามาดูตัวบทกันก่อน ว่ากฎหมายบัญญัติไว้ว่าอย่างไรจึงเป็นความผิดฐานนี้ครับ</p>



<p class="has-medium-font-size"><a><em>“<strong>มาตรา ๓๒๗</strong></em></a><em>&nbsp;&nbsp;ผู้ใดใส่ความผู้ตายต่อบุคคลที่สาม และการใส่ความนั้นน่าจะเป็นเหตุให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้ตายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๓๒๖ นั้น”</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><strong>สิ่งที่กฎหมายมุ่งประสงค์ที่จะคุ้มครองก็คือ</strong> ชื่อเสียงของผู้ตายที่กระทบต่อบุคคลในครอบครัวของผู้ตาย สำหรับคำว่าผู้ตายนั้นกฎหมายหมายรวมถึงบุคคลที่ถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญว่าเป็นผู้ตายด้วยเช่นกัน</p>



<p class="has-medium-font-size">บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร ตามที่ได้กำหนดไว้ในฐานนี้นั้น ต้องเป็น บิดา มารดา คู่สมรส และบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายด้วยครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">องค์ประกอบอื่นก็เช่นเดียวกันกับองค์ประกอบของการหมิ่นประมาทบททั่วไปเช่นกันครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">ก่อนที่เราจะพูดถึงบทยกเว้นความผิดและบทยกเว้นโทษ เราขอพูดถึงอีกฐานความผิดหนึ่งที่สำคัญซึ่งมักเชื่อมโยงกันกับความผิดฐานหมิ่นประมาทเสมอนั่นก็คือ การดูหมิ่นซึ่งหน้าและการดูหมิ่นด้วยการโฆษณาครับ เพราะในบางครั้งเมื่อการกระทำความผิดนั้นไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทแล้วก็ยังมีโอกาสที่จะเป็นความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าหรือดูหมิ่นด้วยการโฆษณาได้ครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">ถ้าหากการการกระทำนั้นไม่เป็นการหมิ่นประมาทอาจเข้า พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14 ได้ครับ</p>



<p class="has-medium-font-size"><a><em>“<strong>มาตรา ๑๔</strong></em></a><em>&nbsp;&nbsp;ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้ง</em><em>ปรับ</em><em></em></p>



<p class="has-medium-font-size"><em>(๑) โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน <strong>อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมาย</strong><strong>อาญา</strong></em><em>”</em><em></em></p>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>การดูหมิ่นซึ่งหน้าและการดูหมิ่นด้วยการโฆษณา</strong></h1>



<p class="has-medium-font-size">การดูหมิ่นซึ่งหน้าและการดูหมิ่นด้วยการโฆษณา เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาภาค 3 ในหมวดความผิดลหุโทษ มาตรา 393 ครับ ก่อนอื่นเรามาดูตัวบทกันก่อน</p>



<p class="has-medium-font-size"><a><em>“<strong>มาตรา ๓๙๓</strong></em></a><em>&nbsp;ผู้ใดดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณา&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่</em><em>เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท</em><em>&nbsp;หรือทั้งจำทั้งปรับ”</em></p>



<p class="has-medium-font-size"><strong>สิ่งที่กฎหมายมุ่งประสงค์ที่จะคุ้มครอง</strong>ในความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้านั้นก็คือ <strong>ป้องกันเหตุร้ายที่อาจถึงตัวกันได้ในทันที</strong>ครับ การพิจารณาเราจึงต้องดูว่าการกระทำที่เป็นการดูหมิ่นนั้น ผู้รับข้อความหรือผู้ถูกดูหมิ่นสามารถเข้าถึงตัวเราได้ในทันทีหรือเปล่า ทำให้การโทรศัพท์ถึงกัน ถ้าหากทั้งสองฝ่ายอยู่กันคนละที่ก็จะไม่เป็นความผิดฐานนี้ครับ ดังนั้นถ้าเป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้าให้นึกถึงการกระทำที่ต้องเป็นการกระทำต่อหน้าต่อตาครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การดูหมิ่นคืออะไร</strong><strong></strong></h3>



<p class="has-medium-font-size"><strong>การดูหมิ่น</strong> คือการกระทำ การเหยียดหยาม การสบประมาท การทำให้อับอาย ซึ่งอาจจะเป็นการกระทำโดยทางกาย หรือวาจาก็ได้ และการกระทำนั้นเป็นการลดคุณค่าผู้ถูกดูหมิ่นลงโดยผู้ที่หมิ่น ดังนั้นจึงอาจเป็นคำด่า คำหยาบ สบประมาท เช่น ยกเท้า เปลือยกาย ให้ของลับ ก็เข้าได้ จะเห็นได้ว่ามีความหมายกว้างกว่าการหมิ่นประมาทมากครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">การดูหมิ่นนั้นเป็นเรื่องที่ผู้ดูหมิ่นต้องการลดคุณค่าของผู้ที่ถูกดูหมิ่นลง โดยอาจเป็นการกระทำซึ่งหน้า หรือด้วยการโฆษณาก็ได้ ในการพิจารณานั้น เราต้องพิจารณาประกอบกับกริยาวาจาของถ้อยคำทั้งหมดด้วยเช่นกัน</p>



<p class="has-medium-font-size">เมื่อการดูหมิ่นเป็นการลดคุณค่าของผู้ที่ถูกดูหมิ่นลง ดังนั้นการดูหมิ่นจึงพิจารณาเฉพาะผู้รับรู้เท่านั้น โดยปกติคือผู้ที่ถูกดูหมิ่นนั่นเองว่าเขาทราบและเข้าใจข้อความที่เป็นการดูหมิ่นนั้นหรือไม่ ส่วนบุคคลที่ 3 จะรับรู้หรือไม่นั้นไม่ใช่สาระสำคัญ ต่างกับความผิดฐานหมิ่นประมาทครับ เพราะเราได้กล่าวไปแล้วในบทความเรื่องหมิ่นประมาทว่า ความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้น ผู้รับรู้คือบุคคลที่ 3 ได้ทราบและเข้าใจข้อความส่วนผู้ถูกหมิ่นประมาทจะรับรู้หรือไม่ไม่ใช่สาระสำคัญ กลับกันกับความผิดฐานดูหมิ่นนั่นเองครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ซึ่งหน้า คืออะไร</strong><strong></strong></h3>



<p class="has-medium-font-size">ซึ่งหน้า หมายถึงการกระทำที่สามารถเข้าถึงตัวอีกฝ่ายหนึ่งได้ อาจมีการเข้าถึงตัวก่อเหตุร้ายได้ในทันทีทันใด การกระทำนั้นเราไม่ได้ถือเอาการเห็นหน้าเป็นสำคัญครับ อยู่คนละห้องมีฝากันแต่ได้ยินแล้วไปถึงตัวอีกฝ่ายได้ทันที หรือใช้เครื่องกระจายเสียง แม้ไม่เห็นหน้าแต่ก็เป็นซึ่งหน้าได้ครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ด้วยการโฆษณา คืออะไร</strong><strong></strong></h3>



<p class="has-medium-font-size">การโฆษณาในความผิดฐานนี้คือ การทำให้ทราบถึงผู้อื่น เป็นการทำให้แพร่หลายในลักษณะการป่าวร้องให้รู้กันหลายๆคนครับ ตัวอย่างเช่น ด่ากลางตลาด ถ้าการป่าวร้องนั้นเป็นการป่าวร้องต่อหน้าผู้ถูกดูหมิ่นด้วย การกระทำนั้นอาจจะเป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้า และการดูหมิ่นด้วยการโฆษณา ได้ครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">จะเห็นได้ว่าความผิดฐานหมิ่นประมาท กับการดูหมิ่นนั้นต้องพิจารณาควบคู่กันไป อาจเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น การกล่าวโดยสุภาพไม่ดูถูกเหยียดหยามไม่เป็นการลดคุณค่าผู้ฟังลงแต่อาจเข้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ความผิดดูหมิ่นในฐานอื่นๆมีอีกหรือเปล่า</strong>? มีดังนี้ครับ</h2>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136</strong></h3>



<p class="has-medium-font-size"><a><em>“<strong>มาตรา ๑๓๖</strong></em></a><em>&nbsp;&nbsp;ผู้ใดดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”</em><em></em></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ดูหมิ่นศาล ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198</strong></h3>



<p class="has-medium-font-size"><a><em>“<strong>มาตรา ๑๙๘</strong></em></a><em>&nbsp;&nbsp;ผู้ใดดูหมิ่นศาลหรือผู้พิพากษาในการพิจารณาหรือพิพากษาคดี หรือกระทำการขัดขวางการพิจารณาหรือพิพากษาของศาล&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”</em><em></em></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ดูหมิ่นเหยียดหยามศพ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 366/4</strong></h3>



<p class="has-medium-font-size"><a><em>“<strong>มาตรา ๓๖๖/๔</strong></em></a><em>&nbsp;ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามศพ</em><em>&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”</em><em></em></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ดูหมิ่นสถาบัน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112</strong></h3>



<p class="has-medium-font-size"><a><em>“<strong>มาตรา ๑๑๒</strong></em></a><em>&nbsp;&nbsp;ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี”</em><em></em></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ดูหมิ่นประมุขของรัฐต่างประเทศ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 133</strong></h3>



<p class="has-medium-font-size"><a><em>“<strong>มาตรา ๑๓๓</strong></em></a><em>&nbsp;ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายราชาธิบดี ราชินี ราชสามี รัชทายาท หรือประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ&nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”</em><em></em></p>



<p class="has-medium-font-size">หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกท่านครับ การยกเว้นความผิด ยกเว้นโทษ และการหมิ่นประมาทในทางแพ่ง และถ้าโดนหมิ่นประมาททาง line โดนหมิ่นประมาททาง facebook โดนหมิ่นประมาททาง twitter หรือถูกดำเนินคดี ถูกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท หรือหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ต้องแก้ปัญหาหรือมีวิธีการแก้ปัญหา หรือดำเนินคดี และทำอย่างไรได้บ้าง ขอเขียนในบทความหน้านะครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b2/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%86/1116/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ตัวอย่างและคำอธิบาย การเขียนคำร้องตั้งผู้จัดการมรดก</title>
		<link>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%81/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88/1069/</link>
					<comments>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%81/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88/1069/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 29 Jun 2021 09:21:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครอบครัว มรดก]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[การขอตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[การขอเป็นผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดตั้งผู้จัดการมรดกที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[การตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[การทําผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[การยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[การยื่นคําร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[การยื่นเป็นผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[การร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[การเป็นผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[การแต่งตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[การแต่งตั้งผู้จัดการมรดกมีพินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ขอจัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ขอจัดตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ขอตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ขอเป็นผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ขั้นตอนการขอเป็นผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ขั้นตอนการจัดตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ขั้นตอนการตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ขั้นตอนการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ขั้นตอนขอเป็นผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[คดีจัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าใช้จ่ายในการตั้งผู้จัดการ มรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าใช้จ่ายในการตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[คำร้องขอจัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[คำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[คำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก doc]]></category>
		<category><![CDATA[คำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกร่วม]]></category>
		<category><![CDATA[คำร้องผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[คำร้องออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[คุณสมบัติผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[คําร้องขอจัดตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[คําร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[คําร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[คําร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกไม่มีพินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[คําร้องจัดตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[คําร้องตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[คําร้องผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[คําสั่งตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[จัดการมรดกฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[จัดการมรดกอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[จัดตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งผู้จัดการมรดกค่าทนาย]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งผู้จัดการมรดกศาลไหน]]></category>
		<category><![CDATA[ตั้งผู้จัดการมรดกเอกสาร]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวอย่างการยื่นคำร้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวอย่างคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวอย่างคําร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายอาสาตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ทําผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษากฎหมายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้จัดการ มรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้จัดการมรดกขายที่ดินได้ไหม]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้จัดการมรดกตาย]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้จัดการมรดกที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้จัดการมรดกยักยอกทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้จัดการมรดกร่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้จัดการมรดกร่วมเสียชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินเป็นของตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินให้ทายาท]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้จัดการมรดกไม่ยอมแบ่งมรดก ฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้มีส่วนได้เสียร้องขอจัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[พ่อเสียชีวิตแม่เป็นผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[พินัยกรรมตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[พินัยกรรมผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องเป็นผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดกที่ไหน]]></category>
		<category><![CDATA[ยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดกออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ยื่นคําร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ยื่นผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ยื่นเป็นผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ยื่นเป็นผู้จัดการมรดกที่ไหน]]></category>
		<category><![CDATA[ยื่นเป็นผู้จัดการมรดกออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ร้องขอจัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ร้องตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ร้องศาลเป็นผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาจ้างทนายจัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือยินยอมจัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือยินยอมตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือยินยอมทายาทจัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือยินยอมทายาทมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือยินยอมผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือยินยอมให้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือยินยอมให้เป็นผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือแต่งตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือให้ความยินยอมจัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[หน้าที่ของผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[หาทนายตั้งผู้จัดการมรดก ออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[อํานาจผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[เป็นผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[เอกสารจัดตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[เอกสารตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งตั้งผู้จัดการมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[แต่งตั้งผู้จัดการมรดกกี่วัน แบบคำร้อง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://itthigorn.com/?p=1069</guid>

					<description><![CDATA[<div class="entry-summary">
สำหรับใครที่ต้องการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกด้วยตัวเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างทนาย ซึ่งในความเห็นของเรามองว่าเป็นสิ่งที่สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยความรู้กฎหมายที่ซับซ้อน และไม่มีผลเสียหายใดๆ ในบทความแรกๆของเราได้เขียนถึงวิธีการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกออนไลน์ไปแล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงการเขียนคำร้องและเอกสารต่างๆทั้งหมดที่ใช้ในการยื่นคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาลกันนะครับ แบบฟอร์มศาลนั้นสามารถ
</div><div class="link-more"><a href="https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%81/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88/1069/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> &#8220;ตัวอย่างและคำอธิบาย การเขียนคำร้องตั้งผู้จัดการมรดก&#8221;</span>&#8230;</a></div>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-medium-font-size">สำหรับใครที่ต้องการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกด้วยตัวเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างทนาย ซึ่งในความเห็นของเรามองว่าเป็นสิ่งที่สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยความรู้กฎหมายที่ซับซ้อน และไม่มีผลเสียหายใดๆ ในบทความแรกๆของเราได้เขียนถึงวิธีการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกออนไลน์ไปแล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงการเขียนคำร้องและเอกสารต่างๆทั้งหมดที่ใช้ในการยื่นคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาลกันนะครับ แบบฟอร์มศาลนั้นสามารถ <strong><a href="https://www.coj.go.th/th/content/category/articles/id/6/cid/21" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ดาวน์โหลดได้ที่นี่ได้ฟรีครับ</a></strong></p>



<h3 class="wp-block-heading">เอกสารฉบับที่ 1 คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก</h3>



<p class="has-medium-font-size">เอกสารชิ้นแรกที่เราต้องเขียนสำหรับยื่นคำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ได้แก่ คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกครับ เอกสารชิ้นใช้คำร้อง ธรรมดา แบบพิมพ์ศาลหมายเลข (7) ครับ ในส่วนนี้เรากรอกข้อมูลในแบบพิมพ์ศาลลงไปตามรูปตัวอย่างครับ ในส่วนของผู้ที่จะมีสิทธิร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้นั้นกฎหมายกำหนดไว้ว่าต้องเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายหรือผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการเท่านั้นนะครับ ผู้มีส่วนได้เสีย เช่น สามีหรือภรรยานอกกฎหมายที่มีทรัพย์สินอันเกิดจากการทำมาหาได้ร่วมกันกับฝ่ายที่ตาย ตรงนี้บุคคลดังกล่าวสามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นได้แต่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ และในส่วนแบบพิมพ์ศาลเราจะเขียนว่า</p>



<p class="has-medium-font-size"><em>นาง/นาย &#8230; โดย นาย/นาง &#8230; ผู้รับมอบอำนาจ ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก(ไม่มีพินัยกรรม) ของ นาย &#8230; (ผู้วายชนม์) ตามภาพตัวอย่างที่ 1 นะครับ</em></p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="1024" height="590" src="https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/01.jpg" alt="คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก" class="wp-image-1070" srcset="https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/01.jpg 1024w, https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/01-300x173.jpg 300w, https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/01-768x443.jpg 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ตัวอย่างแบบพิมพ์คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก</figcaption></figure>



<p class="has-medium-font-size"><strong>ส่วนเนื้อหาในคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกนั้นเราเขียนอธิบายให้ศาลท่านเป็นข้อๆดังนี้ครับ</strong></p>



<p class="has-medium-font-size"><strong>ข้อ 1</strong> เขียนอธิบายว่าผู้ร้องเป็นใคร ยื่นเองหรือมอบอำนาจให้ใครมายื่น จากนั้นระบุเอกสารหลักฐานในการแสดงข้อเท็จจริงตามที่เราเขียนครับ</p>



<p class="has-medium-font-size"><strong>ข้อ 2</strong> เขียนอธิบายว่าผู้ตายเป็นใคร รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ตาย ตายอย่างไร ตายวันใหน และตามด้วยระบุเอกสารหลักฐานเช่นกันไล่ลับดับหมายเลขต่อจากเอกสารในข้อ 1 ครับ</p>



<p class="has-medium-font-size"><strong>ข้อ 3</strong> เขียนอธิบายว่าผู้ตายมีทายาทกี่คน ใครบ้าง มีชีวิตอยู่หรือไม่ข้อนี้เขียนครบทุกคนนะครับ ตามด้วยเอกสารหลักฐานแนบเช่นกันไล่ลำดับหมายเลขต่อจากข้อ 2 นะครับ</p>



<p class="has-medium-font-size"><strong>ข้อ 4</strong> เขียนอธิบายว่าผู้ตายได้ทำพินัยกรรมไว้หรือไม่ และมีทรัพย์มรดกอะไรบ้างครับ พร้อมเอกสารหลักฐานแนบท้ายเช่นกัน</p>



<p class="has-medium-font-size"><strong>ข้อ 5</strong> แจงเหตุขัดข้องครับว่าทำไมถึงต้องมาตั้งผู้จัดการมรดก เช่น ไปยื่นขอจดทะเบียนกรรมสิทธิ์เช่าซื้อรถยนต์ของผู้ตายแล้วเจ้าหน้าที่ปฏิเสธจะดำเนินการให้โดยแจ้งว่าเราไม่ใช่ผู้จัดการมรดกของผู้ตาย จึงเป็นเหตุขัดข้องในการจัดการหรือแบ่งปันมรดกของผู้ตาย ทำนองนี้ครับ พร้อมเอกสารหลักฐานแนบท้ายถ้ามีนะครับ</p>



<p class="has-medium-font-size"><strong>ข้อ 6</strong> เขียนถึงความยินยอมครับ ในกรณีที่ให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่ทายาทเป็นผู้จัดการมรดกครับ พร้อมเอกสารแนบเช่นกัน</p>



<p class="has-medium-font-size"><strong>ข้อ 7</strong> ข้อนี้เขียนบรรยายถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นผู้จัดการมรดกครับ ต้องเป็นบุคคลที่บรรลุนิติภาวะแล้ว ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต และไม่เคยถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ไม่เป็นบุคคลผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว และไม่เคยถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลายครับ</p>



<p class="has-medium-font-size"><strong>ข้อ 8</strong> เขียนขอศาลครับ ด้วยเหตุที่ผู้ร้องได้กราบเรียนต่อศาลมาข้างต้นขอศาลได้โปรดทำการไต่สวนและมีคำสั่งแต่งตั้งให้นาย &#8230; เป็นผู้จัดการมรดกของนาย &#8230; ผู้ตาย เพื่อให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป ขอศาลได้โปรดอนุญาต ตามด้วยข้อความลงท้ายและ ลงชื่อจัดกลางหน้ากระดาษครับ</p>



<p class="has-text-align-center has-medium-font-size">ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด</p>



<p class="has-text-align-center has-medium-font-size">ลงชื่อ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผู้ร้อง</p>



<p class="has-text-align-center has-medium-font-size">คำร้องฉบับนี้ข้าพเจ้านาย &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ร้องเป็นผู้เรียงพิมพ์</p>



<p class="has-text-align-center has-medium-font-size">ลงชื่อ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผู้เรียงและพิมพ์</p>



<p class="has-text-align-left has-medium-font-size">เป็นอันเสร็จสิ้นเอกสารฉบับแรกครับ</p>



<h3 class="wp-block-heading">เอกสารฉบับที่ 2 บัญชีพยาน</h3>



<p class="has-text-align-left has-medium-font-size">ต่อไปเอกสารฉบับที่ 2 สำหรับใช้ในการยื่นคำร้องจัดตั้งผู้จัดการมรดกได้แก่ บัญชีพยานครับ ใช้แบบพิมพ์ศาลหมายเลข (15) นะครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">ในส่วนหัวนั้นเขียนเหมือนเดิมทุกอย่างครับ จากนั้นเขียนพยานหลักฐานลงไปครับว่าในการยื่นคำร้องขอจัดตั้งผู้จัดการมรดกของเรานั้นจะใช้พยานหลักฐานอะไรบ้างในการแสดงให้ศาลท่านใช้ในการพิจารณาครับ เป็นอันเสร็จสิ้นเอกสารชุดที่ 2 ครับ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="904" height="912" src="https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/02.jpg" alt="บัญชีพยาน" class="wp-image-1071" srcset="https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/02.jpg 904w, https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/02-297x300.jpg 297w, https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/02-150x150.jpg 150w, https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/02-768x775.jpg 768w" sizes="(max-width: 904px) 100vw, 904px" /><figcaption>บัญชีพยานในการยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดก</figcaption></figure>



<h3 class="wp-block-heading">เอกสารฉบับที่ 3 บัญชีทรัพย์สิน</h3>



<p class="has-medium-font-size">เอกสารชุดต่อมาสำหรับขอตั้งผู้จัดการมรดก คือ บัญชีทรัพย์ ครับ ฉบับนี้เราใช้แบบพิมพ์ศาลหมายเลข (8) นะครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">เขียนบรรยายทรัพย์สินของผู้ตายทั้งหมดพร้อมรายละเอียดครับทุกฉบับอย่าลืมลงชื่อนะครับ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="690" src="https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/03.jpg" alt="บัญชีทรัพย์สิน" class="wp-image-1072" srcset="https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/03.jpg 1024w, https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/03-300x202.jpg 300w, https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/03-768x518.jpg 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>บัญชีทรัพย์สินที่ใช้ในการยื่นคำร้องจัดตั้งผู้จัดการมรดก</figcaption></figure>



<h3 class="wp-block-heading">เอกสารฉบับที่ 4 บัญชีเครือญาติ</h3>



<p class="has-medium-font-size">ลำดับต่อไปได้แก่ บัญชีเครือญาติครับ ชุดนี้ไม่มีแบบพิมพ์ศาลให้เขียนแผนภาพเครือญาติทั้งหมดของผู้ตายซึ่งเป็นเจ้ามรดกลงไปในกระดาษ A4 ครับ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="579" src="https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/04.jpg" alt="บัญชีเครือญาติ" class="wp-image-1073" srcset="https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/04.jpg 1024w, https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/04-300x170.jpg 300w, https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/04-768x434.jpg 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>ตัวอย่างบัญชีเครือญาติในการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก</figcaption></figure>



<h3 class="wp-block-heading">เอกสารฉบับที่ 5 หนังสือให้ความยินยอม</h3>



<p class="has-medium-font-size">ลำดับต่อไปสำหรับเอกสารที่ใช้ในการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก ได้แก่ เป็นหนังสือให้ความยินยอมจากทายาทครับ ว่ายินยอมให้บุคคลที่เราตั้งนั้นเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่ ตรงนี้มีทายาทกี่คนต้องให้เขาลงลายมือชื่อทุกคนนะครับ ไม่มีแบบพิมพ์ศาลเขียนลงไปในกระดาษ A4 ได้เลยครับ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="911" height="838" src="https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/05.jpg" alt="หนังสือให้ความยินยอม" class="wp-image-1074" srcset="https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/05.jpg 911w, https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/05-300x276.jpg 300w, https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/05-768x706.jpg 768w" sizes="(max-width: 911px) 100vw, 911px" /><figcaption>ตัวอย่างหนังสือให้ความยินยอมจากเครือญาติ ในการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก</figcaption></figure>



<h3 class="wp-block-heading">เอกสารฉบับที่ 6 หนังสือมอบอำนาจ</h3>



<p class="has-medium-font-size">เอกสารฉบับต่อไปคือหนังสือมอบอำนาจ เป็นกรณีที่ทายาทไม่ได้ยื่นจัดตั้งผู้จัดการมรดกด้วยตัวเองแต่มอบอำนาจให้บุคคลอื่นยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกแทนให้นะครับ หาดาวน์โหลดได้<a href="https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b5/323/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ที่นี่</a>ครับ กรอกข้อความให้ครบถ้วน</p>



<h3 class="wp-block-heading">เอกสารฉบับที่ 7 คำแถลงประกาศตั้งผู้จัดการมรดก</h3>



<p class="has-medium-font-size">แล้วก็มาถึงฉบับสุดท้ายของการยื่นขอตั้งผู้จัดการมรดกครับ ได้แก่ คำแถลง ขอประกาศลงโฆษณา ครับใช้แบบพิมพ์ศาลหมายเลข (7) ดังตัวอย่างครับ ทำเพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียมาคัดค้านครับ ต้องทำนะครับ และอย่าลืมส่งสำเนาให้ทายาทของผู้ตายทุกคนด้วยนะครับ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="577" src="https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/06.jpg" alt="คำแถลงประกาศ" class="wp-image-1075" srcset="https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/06.jpg 1024w, https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/06-300x169.jpg 300w, https://itthigorn.com/wp-content/uploads/2021/06/06-768x433.jpg 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /><figcaption>คำแถลงประกาศลงโฆษณาการขอจัดตั้งผู้จัดการมรดก</figcaption></figure>



<p class="has-medium-font-size">คำแถลงนี้จะมี 1 ข้อ 3 ย่อหน้า โดยมีเนื้อหาใจความดังนี้ครับ<br><strong>ข้อ 1</strong> คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกของนาย &#8230; ผู้วายชนม์ต่อศาลในวันนี้</p>



<p class="has-medium-font-size">ผู้ร้องมีความประสงค์จะประกาศแจ้งการนัดไต่สวนคดีนี้ โดยวิธีประกาศลงโฆษณาผ่านสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อทราบโดยทั่วกันขอศาลได้โปรดอนุญาต</p>



<p class="has-medium-font-size">คำลงท้ายเช่นเดิมครับ</p>



<p class="has-text-align-center has-medium-font-size">ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด</p>



<p class="has-text-align-center has-medium-font-size">ลงชื่อ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผู้ร้อง</p>



<p class="has-text-align-center has-medium-font-size">คำร้องฉบับนี้ข้าพเจ้านาย &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ผู้ร้องเป็นผู้เรียงพิมพ์</p>



<p class="has-text-align-center has-medium-font-size">ลงชื่อ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผู้เรียงและพิมพ์</p>



<p class="has-medium-font-size">เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อยสำหรับเอกสารทั้งหมดในการยื่นคำขอตั้งผู้จัดการมรดกครับ วิธีการยื่นนั้นค้นดูในบทความเก่าๆของเรานะครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านที่เข้ามาอ่านครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a7-%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%81/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88/1069/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>3</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความผิดฐานดูหมิ่นและหมิ่นประมาท ตอนที่ 1 การหมิ่นประมาทและการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา</title>
		<link>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b2/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1/1059/</link>
					<comments>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b2/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1/1059/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 26 Jun 2021 08:31:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กฎหมายอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายข้อหาหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายหมิ่นประมาทมาตรา 328]]></category>
		<category><![CDATA[การต่อสู้คดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[การฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[การหมิ่นประมาท โดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[การหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อหาหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อหาหมิ่นประมาท โดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อหาหมิ่นประมาทโทษ]]></category>
		<category><![CDATA[ขั้นตอนการฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[คดีฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[คดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[คดีหมิ่นประมาทซึ่งหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[คดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[คดีหมิ่นประมาทด้วยวาจา]]></category>
		<category><![CDATA[คดีหมิ่นประมาททางไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[คดีหมิ่นประมาทมีอายุความกี่ปี]]></category>
		<category><![CDATA[คดีหมิ่นประมาทยอมความได้หรือไม่]]></category>
		<category><![CDATA[คดีหมิ่นประมาทยอมความได้ไหม]]></category>
		<category><![CDATA[คดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[คดีหมิ่นประมาทโทษ]]></category>
		<category><![CDATA[คดีแพ่งเกี่ยวเนื่อง คดีอาญา หมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ความผิดฐาน หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างทนายคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างทนายฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทนายคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทนายฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าปรับข้อหาหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าปรับคดี หมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าใช้จ่ายในการฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายฟ้องหมิ่นประมาท ราคา]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายหมิ่นประมาทราคา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูหมิ่นด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ดูหมิ่นโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวอย่างคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวอย่างคำฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ถูกฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายคดี หมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาท โทษ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาทค่าใช้จ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาทคือ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องแพ่งหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[หมายศาลหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[หมายเรียก คดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[หมายเรียกหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาท 328]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาท ด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาท มาตรา 328]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาท โดยเปิดเผย]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา พรบ คอม]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณายอมความ]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาอายุความ]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาโทษ]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทเป็นคดีอะไร]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พรบ คอม]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา มาตรา]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยการโฆษณายอมความได้หรือไม่]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาอัตราโทษ]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาอายุความ]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาโทษ]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาทโดยโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[อายุความคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[อายุความหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[อายุความหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งความ ข้อหาหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งความ หมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งความ หมิ่นประมาทไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[โดน ฟ้อง คดี หมิ่นประมาท โดนฟ้องหมิ่นประมาท pantip]]></category>
		<category><![CDATA[โดนข้อหาหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[โดนคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[โดนฟ้องคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[โดนฟ้องหมิ่นประมาท ไม่มีเงินจ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[โดนฟ้องหมิ่นประมาทไม่มีเงินจ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[โดนหมิ่นประมาททางfacebook]]></category>
		<category><![CDATA[โดนแจ้งความหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[โทษของคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[โทษข้อหาหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[โทษคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[โทษคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[โทษหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[โทษหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา]]></category>
		<category><![CDATA[โทษหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://itthigorn.com/?p=1059</guid>

					<description><![CDATA[<div class="entry-summary">
คดีหมิ่นประมาทนั้นนับว่าเป็นหนึ่งในหลายๆคดียอดฮิตในยุคนี้กันก็ว่าได้ ไม่ว่าทั้งจะดูหมิ่นซึ่งหน้าหรือโดยการโฆษณา หมิ่นประมาทหรือหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา เนื่องมาจากสังคมในปัจจุบันใช้สื่อสังคมออนไลน์กันแพร่หลายมากขึ้นการดูหมิ่นด้วยการโฆษณาและการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณานั้นจึงพบบ่อยที่สุด และในหลายๆครั้งผู้เสียหายก็มักจะใช้ความผิดอาญาฐานหมิ่นประมาทนี้ในการเรียกร้องเงินจากผู้ใส่ความเป็นจำนวนที่สูงเกินสมควรในบางกรณี หรืออาศัยช่องทางที่ไม่ถูกต้องในการเรียกร้อง ซึ่งจะพูดถึงต่อไปในช่วงท้ายๆครับ
</div><div class="link-more"><a href="https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b2/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1/1059/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> &#8220;ความผิดฐานดูหมิ่นและหมิ่นประมาท ตอนที่ 1 การหมิ่นประมาทและการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา&#8221;</span>&#8230;</a></div>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h1 class="wp-block-heading"><strong>การหมิ่นประมาท</strong></h1>



<p class="has-medium-font-size">คดีหมิ่นประมาทนั้นนับว่าเป็นหนึ่งในหลายๆคดียอดฮิตในยุคนี้ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งการดูหมิ่นซึ่งหน้าหรือโดยการโฆษณา หมิ่นประมาทหรือหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ซึ่งก็เนื่องมาจากสังคมในปัจจุบันใช้สื่อสังคมออนไลน์กันแพร่หลายมากขึ้น ทำให้การกระทำความผิดฐานดูหมิ่นด้วยการโฆษณาและการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณานั้นเพิ่มสูงขึ้น โดยในหลายๆครั้งผู้เสียหายก็มักจะใช้ความผิดอาญาฐานหมิ่นประมาทนี้ในการเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินจากผู้กระทำความผิดเป็นจำนวนที่สูงเกินสมควรบ้างในบางกรณี และเพื่อไม่ให้บทความยาวเกินไปจึงขอแบ่งย่อยออกเป็นตอนๆนะครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">ก่อนอื่นเราต้องทราบก่อนว่าความผิดฐานนี้มุ่งคุ้มครองอะไรเพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจครับ ความผิดในฐานนี้มุ่งคุ้มครอง เกียรติ ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณค่าที่มีอยู่ในมนุษย์ทุกคนครับ การลบหลู่ทำให้คุณค่าที่ยอมรับนับถือในตัวมนุษย์นั้นลดน้อยถอยลงไป แม้ว่ามนุษย์อาจจะมีความแตกต่างกันไปในสังคม แต่มนุษย์ทุกคนนั้นมีเกียรติเท่ากันครับ กฎหมายจึงได้เข้ามาคุ้มครองและคุ้มครองทุกคนเท่าเทียมกันครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">การดูหมิ่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณานั้นจะมีทั้งความคล้ายกันและต่างกันกับความผิดฐานการหมิ่นประมาทหรือการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาครับทำให้บางครั้งเวลาเราไปแจ้งความเราก็แจ้งรวมกันไปเข้าฐานไหนให้ตำรวจไปเลือกใส่เอาเองว่างั้นซึ่งถ้าฟ้องผิดฐานมีโอกาสที่จะยกฟ้องสูงนะครับ ความต่างกันอย่างเห็นได้ชัดที่สุดนอกจากอัตราโทษ ก็คือ ความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาเป็นความผิดต่อส่วนตัวครับ ทำให้ความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้กระทำความผิดกับผู้เสียหายสามารถตกลงยอมความกันเพื่อให้คดีอาญาระงับได้โดยไม่ต้องนำคดีไปสู่ศาลครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">ส่วนกรณีการดูหมิ่นซึ่งหน้าหรือโดยการโฆษณานั้นเป็นอาญาแผ่นดินครับเพราะกฎหมายไม่ได้กำหนดให้เป็นความผิดอันยอมความได้ อย่างไรก็ดีถึงแม้ว่าจะไม่สามารถยอมความกันได้ก็ตามแต่ความผิดฐานดูหมิ่นนั้นจัดอยู่ในหมวดความผิดลหุโทษครับ ผลก็คือสามารถเปรียบเทียบปรับโดยผู้เสียหายยินยอมซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาครับ ทำให้คดีอาญาเป็นอันเลิกกันได้โดยไม่ต้องไปถึงศาลเช่นกันครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">เมื่อทั้งสองฐานความผิดสามารถใช้วิธีตกลงกันเพื่อให้คดีอาญาสิ้นสุดได้ก่อนไปถึงศาล การตกลงกันบางครั้งจึงเป็นการขอขมาลาโทษ หรือผู้เสียหายเรียกเงินพอสมควรเพื่อให้ยอมถอนคดีจึงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ความผิดฐานหมิ่นประมาท</strong><strong></strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักความผิดฐานหมิ่นประมาทกันก่อน ซึ่งการหมิ่นประมาทนี้กฎหมายได้บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ดังนี้ครับ</p>



<p class="has-medium-font-size"><a>“<em>มาตรา ๓๒๖</em></a><em>&nbsp;ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</em>”</p>



<p class="has-medium-font-size">จากตัวบทจะเห็นได้ว่าการกระทำที่จะเป็นความผิดในฐานหมิ่นประมาทได้ ผู้กระทำต้องใส่ความต่อผู้อื่นครับ ผู้อื่นจะเป็นคนเดียวหรือหลายคนก็ได้ครับ ข้อความที่หมิ่นประมาทนั้นหากไม่ระบุผู้ที่ถูกใส่ความโดยตรงว่าเป็นใครก็ต้องให้ได้ความหมายว่ากล่าวถึงใครโดยเฉพาะซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถทราบได้โดยไม่ต้องสืบหาเพิ่มเติมว่าหมายถึงใครครับ ง่ายๆก็คืออ่านแล้วสามารถรู้ได้เลยนั่นแหละครับว่าหมายถึงใคร การใส่ความนี้จะเป็นความผิดก็ต่อเมื่อผู้อื่นหรือบุคคลที่สามนั้นได้ทราบและเข้าใจความหมายของการใส่ความนั้นด้วยครับ ถ้าเขาไม่เข้าใจเช่นพูดใส่ความให้ชาวต่างชาติฟังแล้วเขาฟังไม่ออกก็ยังไม่ถือว่ากระทำผิดสำเร็จนะครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">นอกจากนี้การใส่ความนั้นต้องถึงขนาดทำให้ผู้ที่ถูกใส่ความเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังด้วยครับ โดยจะต้องพิจารณาถึงความรู้สึกนึกคิดของบุคคลธรรมดาทั่วไปครับไม่ใช่ความรู้สึกส่วนตัวของผู้ถูกใส่ความนะครับว่าข้อความที่เป็นการใส่ความนั้นน่าจะทำให้ผู้ถูกใส่ความเขาเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังหรือไม่ ถ้าใช่จึงจะครบองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาทครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading">การใส่ความคืออะไร?</h2>



<p class="has-medium-font-size"><strong>การใส่ความ</strong> คือการกล่าวอ้าง หรือทำให้แพร่หลาย โดยแสดงพฤติกรรมอันเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นหรือกำลังเกิดขึ้นและการใส่ความนั้นจะต้องเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงด้วยครับ การยืนยันข้อเท็จจริงพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือสิ่งที่ใส่ความนั้นสามารถที่จะเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่การคาดคะเน เช่นนาย ก เป็นคนทุจริต ตัวอย่างที่ไม่เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงเช่น หน้าหมา สัตว์ พวกนี้บุคคลที่สามไม่สามารถเป็นสิ่งเหล่านั้นได้จึงไม่ผิดฐานหมิ่นประมาทครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">ในส่วนขอข้อความนั้น ข้อความจะเป็นความจริงหรือความเท็จก็ได้กฎหมายไม่ได้สนใจครับเข้าหมดหากการยืนยันข้อเท็จจริงนั้นกระทบถึงเกียรติของผู้ถูกใส่ความให้ปรากฏต่อบุคคลที่สามด้วยครับ การแสดงออกที่เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงอาจจะเป็นการกระทำโดยวาจา ลายลักษณ์อักษร ท่าทางหรือโดยประการอื่นใดก็ได้ครับ ข้อสำคัญก็คือ อยู่ที่ว่าบุคคลอื่นที่รับข้อความนั้น เขาสามารถทราบความหมายของการใส่ความได้หรือไม่ส่วนเขาจะเชื่อหรือไม่ไม่สำคัญเช่นกันครับ การพิจารณาจึงต้องดูควบคู่กันไปกับการดูบริบทโดยรวมประกอบครับไม่ได้ดูเฉพาะเพียงแค่คำพูดอย่างเดียว</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เรื่องที่มักจะใส่ความสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทได้แก่</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">1 การใส่ความเกี่ยวกับการประพฤติ เช่น การรับสินบน</p>



<p class="has-medium-font-size">2 การใส่ความเกี่ยวกับเรื่องประเวณี หรือความไม่เหมาะสม หรือไม่ใช่เรื่องอันควรในทางเพศ เช่น เสี่ยบ้ากาม กระหรี่</p>



<p class="has-medium-font-size">3 การใส่ความเกี่ยวกับหน้าที่การงาน เช่น ทนายความท่านนี้ชอบล้มคดี</p>



<p class="has-medium-font-size">4 เป็นการพูดถึงความไม่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับสถานะทางเศรษฐกิจ การเงิน หรือสังคม เช่น ชอบออกเช็คเด้ง ซึ่งต้องดูองค์ประกอบอย่างอื่นประกอบด้วยนะครับ เช่น ถ้าบอกว่าเป็นหนี้แล้วไม่ใช้ การเป็นหนี้ไม่ทำให้บุคคลเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังครับเพราะการเป็นหนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่บุคคลอาจเป็นหนี้ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการทำธุรกิจ แต่ว่าไม่ใช่ว่าจะไม่ผิดทุกกรณีไปนะครับ ยังคงต้องดูบริบทอื่นโดยรวมประกอบด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading">ชื่อเสียง</h2>



<p class="has-medium-font-size"><strong>ชื่อเสียง</strong> ในที่นี้ไม่ได้มีความหมายเดียวกับชื่อเสียงอย่างชื่อเสียงของศิลปินนะครับ ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าความผิดฐานนี้กฎหมายมุ่งคุ้มครอง เกียรติ ซึ่งมนุษย์ทุกคนมีเท่าเทียมกัน ดังนั้นชื่อเสียงในที่นี้หมายถึง คุณค่าหรือราคาที่มนุษย์มีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันในทางศีลธรรม ในทางจิตใจหรือในทางสังคมครับ ดังนั้นการจะดูว่ากระทบต่อชื่อเสียงหรือไม่ ต้องดูว่าการใส่ความนั้นเป็นการลดคุณค่าในตัวของผู้ถูกใส่ความลงหรือไม่นั่นเองครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">เนื่องจากว่าการใส่ความเป็นการพิจารณาที่การกระทบต่อเกียรติซึ่งไม่เกี่ยวกับความจริงหรือไม่จริงของเรื่อง กฎหมายจึงไม่สนที่มาของคำพูดว่าจะมาจากไหนทำให้การฟังเขามาพูดต่อ ผู้พูดก็อาจผิดฐานหมิ่นประมาทได้ครับ เช่น บรรณาธิการลงพิมพ์ข้อความหมิ่นประมาทจึงมีความผิด เขาจะมาแก้ตัวว่ามีคนส่งมาให้ลงพิมพ์ไม่ได้ การฟังเขาเล่ามาว่าแล้วมาพูดต่ออีกทีจึงอาจทำให้ผู้พูดมีความผิดฐานนี้ได้เช่นกันครับ ตอนนี้อาจจะสงสัยว่าถ้าเรามีเจตนาดีต้องการเตือนผู้อื่นก็ผิดเหรอ ขอตอบว่ากฎหมายไม่สนใจเหตุจูงใจครับ แม้เจตนาดีก็ผิดได้แต่มีบทยกเว้นไว้ทำให้อาจไม่เป็นความผิดหรือได้รับยกเว้นโทษอยู่ครับต้องดูเป็นกรณีๆไปครับ<br>เพื่อไม่ให้บทความยาวเกินไปเรื่องของการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา การดูหมิ่นซึ่งหน้า การดูหมิ่นด้วยการโฆษณา ค่าใช้จ่ายในการจ้างทนายความทำคดี อายุความ ฟ้องคดีแพ่งคดีอาญา พรบ คอม หมิ่นประมาททางไลน์กลุ่ม เฟสบุ๊ค ติดตามได้ในตอนต่อไปครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b2/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a1/1059/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ค่าจ้างทนายความ จะเลือกทนายความอย่างไร จำเป็นหรือไม่ที่ต้องจ้างทนายว่าความในศาล?</title>
		<link>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/885/</link>
					<comments>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/885/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 05 Jun 2021 05:17:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[การจ่าย ค่าทนาย]]></category>
		<category><![CDATA[ขอคําปรึกษาทนายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างทนาย]]></category>
		<category><![CDATA[ค้าจ้างทนาย]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างทนายคดีหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างทนายคดีแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างทนายครอบครองปรปักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าจ้างร่างสัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทนาย]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทนายคดีที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทนายคดีมรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทนายคดีแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทนายคดีแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าทนายความ คดีแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าบริการทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าปรึกษากฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าปรึกษาทนาย]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าว่าจ้างทนาย]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าใช้จ่ายในการจ้างทนาย]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าใช้จ่ายในการจ้างทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าใช้จ่ายในการฟ้องหย่า]]></category>
		<category><![CDATA[จ้าง ทนาย ฟ้องหมิ่นประมาท ราคา]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนาย]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายความ ราคา]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายทวงหนี้]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายฟ้องลูกหนี้]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายราคา]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายแพงใหม]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายแพงไหม]]></category>
		<category><![CDATA[ต้องการ ทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ติดต่อ ทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ถามทนายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนาย คดีอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[ทนาย ดีๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ทนาย ที่ปรึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ทนาย มรดก]]></category>
		<category><![CDATA[ทนาย ยุติธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายคดีแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความ คดีอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความ คดีแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความ ครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความคดีครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความฟรีแลนซ์]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความฟ้องหย่า]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความอิสระ]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความเรื่องที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายชาวบ้านปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายที่ปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายที่ให้คําปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายประชาชนปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายฟรีมีไหม]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายฟ้องหย่า]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายรับจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายส่วนตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายอาสาคดีครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายอาสาปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายอาสาเพื่อประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายเพื่อประชาชนฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายให้คําปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษากฎหมายบริษัท]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษากฎหมายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ที่ปรึกษา กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัททนาย]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษา ทนายคดีอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษา ทนายคดีแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษากฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษากฎหมาย ราคา]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษากฎหมายครอบครัวฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษากฎหมายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาคดีความฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาด้านกฎหมายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายความฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายทางไลน์ฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายฟรีเรื่องที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายฟรีเรื่องยืมเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายฟรีเรื่องรถ]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายฟรีเรื่องรถชน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายฟรีเรื่องหย่า]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายเรื่องรถฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาเรื่องกฎหมายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้อง ทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องคดีแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาค่าปรึกษาทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาทนายความฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[สอบถามทนายความฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[สอบถามทนายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงาน กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงาน ทนาย]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานทนายคววาม]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[หา ทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[หาทนาย]]></category>
		<category><![CDATA[หาทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[หาทนายปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[หาทนายอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[อยากปรึกษาทนายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[อัตรา ค่าจ้าง ทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราค่าจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราค่าจ้างทนาย]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราค่าจ้างทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[อัตราค่าจ้างว่าความ]]></category>
		<category><![CDATA[เบอร์ โทร ทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[โทรปรึกษาทนายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ไลน์ปรึกษาทนายฟรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://itthigorn.com/?p=885</guid>

					<description><![CDATA[<div class="entry-summary">
บทความนี้นอกจากจะเขียนถึงการคิดว่าจ้างทนายความเบื้องต้นแล้ว เรายังจะเขียนถึงคำถามในใจของหลายๆท่านเกี่ยวกับการว่าจ้างทนายด้วยครับ
</div><div class="link-more"><a href="https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/885/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> &#8220;ค่าจ้างทนายความ จะเลือกทนายความอย่างไร จำเป็นหรือไม่ที่ต้องจ้างทนายว่าความในศาล?&#8221;</span>&#8230;</a></div>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h1 class="wp-block-heading"><strong>ค่าจ้างทนายความ</strong><strong></strong></h1>



<p class="has-medium-font-size">เป็นอีกหนึ่งคำถามที่หลายๆคนสงสัย บทความนี้จะเป็นการพูดรวมๆเกี่ยวกับค่าจ้างทนายไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่ง คดีอาญา หรือใช้บริการอื่นๆครับ ค่าจ้างทนายความในบทความนี้นั้นอ้างอิงจากสำนักงานเราเป็นหลักครับ สำนักงานหรือทนายท่านอื่นอาจมีหลักการคิดค่าจ้างทนายความในส่วนที่เป็นค่าวิชาชีพแตกต่างออกไปได้ บทความนี้นอกจากจะเขียนถึงการคิดว่าจ้างทนายความเบื้องต้นแล้ว เรายังจะเขียนถึงคำถามในใจของหลายๆท่านเกี่ยวกับการว่าจ้างทนายด้วยครับ <strong>หากเวลาน้อยสามารถข้ามลงไปด้านล่างได้เลยครับ</strong></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จ้างทนายให้ว่าความฟรีมีหรือไม่</strong>?</h2>



<p class="has-medium-font-size">ก่อนอื่นเรามาดูเหตุผลก่อนว่าทำไมค่าทนายความถึงไม่ฟรี แล้วขอฟรีหรือขอให้ไม่คิดค่าใช้จ่ายได้หรือเปล่า ต้องดูว่าฟรีในส่วนใหนครับ ถ้าค่าจ้างทนายความว่าความในศาลไม่สามารถทำให้ฟรีได้ครับ สภาทนายความไม่อนุญาตให้ทนายความโฆษณาว่าจะว่าความฟรีครับ ถามว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ จินตนาการดูว่า ถ้าเราต้องไปทำงานทุกวันและในแต่ละวันต้องทำงานอย่างหนัก ถึงสิ้นเดือนนายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างครับ วิชาชีพทนายความก็เช่นกัน การจะขึ้นว่าความได้แต่ละครั้ง ต้องผ่านการหลายขั้นตอนครับ เตรียมคดีความก่อนเขียนฟ้อง หาทุกแง่มุมกฎหมายที่เป็นไปได้ที่ฝ่ายตรงข้ามจะยกมาสู้คดีรวมถึงรวบรวมค้นหาพยานหลักฐานต่างๆ จากนั้นนำข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ได้นำมาเขียนคำฟ้อง คำร้อง หรือคำให้การ เสร็จแล้วทำสำนวนความแล้วจึงไปยื่นต่อศาลซึ่งทั้งหมดนี้จะใช้เวลาในการทำงานตั้งแต่ 3 ถึง 4 วันไปจนถึงเป็นสัปดาห์ หรือถ้าคดียากๆหรือมีข้อเท็จจริงเป็นจำนวนมากอาจต้องเตรียมหาหลักฐานเป็นเดือนๆก็มีครับ ทั้งนี้ก็เพื่อให้คดีของลูกความที่ทนายความรับมามีจุดบกพร่องน้อยที่สุด นอกจากนี้การสู้คดีในศาลยังใช้เวลาหลายวันจนกว่าจะมีคำพิพากษา เหล่านี้ล้วนแต่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น นี่แหละครับทำไมสภาทนายความถึงไม่ยอมให้ทนายความทำคดีให้ฟรีครับ เพราะมันเป็นวิชาชีพเฉพาะหากยอมให้ทำ ทนายท่านอื่นก็จะอยู่ไม่ได้ ทำให้ไม่มีใครอยากเป็นทนายความคอยช่วยเหลือประชาชนในการเรียกร้องความยุติธรรรมครับ ความเดือดร้อนนั้นจะตกกลับไปที่ประชาชน สุดท้ายก็จะทำให้สังคมไม่สงบสุขครับ ถึงอย่างไรก็ดี หากทุนทรัพย์มีจำกัดจริงๆสามารถตกลงค่าจ้างกับทนายเป็นกรณีไปครับ ค่าจ้างทนายก็มีส่วนคล้ายจ้างศิลปินวาดภาพครับ ขึ้นกับความพอใจของทั้งสองฝ่าย</p>



<p class="has-medium-font-size">แต่ใช่ว่าจะไม่สามารถหาทนายว่าความฟรีไม่ได้ สามารถหาได้ครับ มีหลายหน่วยงานที่คอยอำนวยความสะดวก &nbsp;เช่นทนายความเพื่อช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ซึ่งดำเนินการโดยสภาทนายความ หรือโดยคณะนิติศาสตร์ในสถาบันการศึกษาหลายๆแห่งมักจะเปิดบริการให้กับประชาชนเช่นกันครับ หรือถ้าเป็นคดีอาญาหากเราเป็นจำเลยและไม่มีทนายความศาลท่านจะถามก่อนเสมอว่าจำเลยต้องการทนายความหรือไม่ ถ้าจำเลยต้องการศาลท่านจะจัดหาทนายความให้โดยรัฐจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้กับทนายความครับ หรือถ้าเป็นผู้เสียหายในทางอาญาสามารถให้รัฐดำเนินการเรียกร้องความยุติธรรมโดยการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจครับ ท่านก็จะทำเรื่องส่งอัยการฟ้องเรียกร้องความยุติธรรมให้กับเรา</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การขอคำปรึกษาฟรีทำอย่างไร</strong>?</h2>



<p class="has-medium-font-size">ในส่วนให้คำปรึกษานั้นสภาทนายความไม่ได้ห้ามไว้ว่าจะต้องคิดค่าใช้จ่ายเสมอไป ดังนั้นสำนักงานทนายความหลายๆแห่งก็มีบริการให้คำปรึกษาเบื้องต้นฟรีบ้างครับ เพราะผู้ที่เรียนกฎหมายทุกคนนั้นต้องการให้ความช่วยเหลือกับประชาชนทั่วไปที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ในส่วนนี้เราเคยเขียนบทความไว้แล้วว่าการขอคำปรึกษาฟรีมีที่ใดให้บริการบ้าง ในบทความเก่าๆของเราลองค้นดูครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าจะไม่จ้างทนายความแล้วเราสามารถว่าความขึ้นศาลด้วยตนเองได้หรือไม่</strong>?</h2>



<p class="has-medium-font-size">ทำได้ครับทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ปกติแล้วถ้าคดีไม่ยุ่งยากซับซ้อน เช่น ตั้งผู้จัดการมรดก คดีแรงงาน หรือเพื่อน ญาติกู้ยืมเงินแล้วไม่คืน เราสามารถหาอ่านหนังสือ google เขียนฟ้องได้ด้วยตนเองอยู่แล้วครับถ้าเราศึกษามากเพียงพอเพราะคดีดังกล่าวถ้าจ้างทนายอาจจะไม่คุ้มกับผลลัพธ์ที่ได้มาและบางคดีรัฐจัดให้มีหน่วยงานไว้ให้ความช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว เช่นคดีแรงงาน มีให้เลือกทั้งผู้ตรวจแรงงาน หรือถ้าจะไปศาลยังมีนิติกรบริการร่างฟ้องและให้คำปรึกษาโดยไม่ต้องพึ่งพาทนายความอีก การขึ้นศาลเราก็ทำการเสนอข้อเท็จจริงต่อศาลเพื่อให้ท่านใช้ในการตัดสินคดีครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">แต่ถ้าเป็นคดีที่มีความยุ่งยากซับซ้อนเช่นคดีที่เกี่ยวข้องกับสัญญา ละเมิด หรือถ้าเป็นคดีอาญา เราไม่แนะนำให้ขึ้นว่าความเองครับ เพราะผลลัพธ์ที่ได้หากเป็นผลร้ายความเสียหายนั้นค่อนข้างสูง ต้องทำความเข้าใจอย่างหนึ่งว่า เมื่อเราสู้คดีในศาลทนายความไม่ได้แต่เพียงหยิบยกข้อกฎหมายเฉพาะเรื่องที่พิพาทกันเท่านั้น แต่ทนายความจะพิจารณากฎหมายทั้งระบบ การสู้คดีจึงมีความซับซ้อนมากขึ้นครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">เราสามารถอ่านหนังสือหรือเรียนรู้เองเพื่อต่อสู้คดีได้หรือไม่ คำตอบคือ ส่วนหนึ่งทำได้ครับแต่ต้องแลกกับเวลา และอีกส่วนหนึ่งต้องได้รับการเรียนการสอนครับ เพราะกฎหมายประเภทที่เป็นกฎหมายเทคนิคและกฎหมายของนักกฎหมายจะมีเหตุผลของตัวเองในการออกกฎหมายนั้นๆซึ่งไม่อาจใช้ความรู้สึกนึกคิดทั่วไปในการทำความเข้าใจได้ครับ แต่หากทำใจยอมรับผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้และต้องการต่อสู้คดีเอง กฎหมายเปิดโอกาสให้ตัวความที่เป็นคู่พิพาทสามารถต่อสู้คดีในศาลเรียกร้องความยุติธรรมด้วยตนเองได้เสมอครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ค่าทนายความแพงไปหรือเปล่า</strong>?</h2>



<p class="has-medium-font-size">การจ้างทนายความของเรานั้น เงินที่เราจ่ายไปเพื่อจ้างทนายความเราจ่ายเพราะอะไร แล้วเงินที่จ่ายไปจริงๆแล้วเราจ่ายให้กับอะไร?</p>



<p class="has-medium-font-size">เราจ่ายเพราะ &#8220;ความเชื่อใจ&#8221; เพราะเราเชื่อมั่นว่าทนายความท่านนั้นสามารถช่วยเหลือเราได้ หรือช่วยให้ผลออกมาเป็นไปตามที่เราคาดหวัง กฎหมายเปรียบเสมือนเครื่องมือสำหรับใช้ในการรักษาความยุติธรรมในสังคม การปรับใช้ พลิกแพลง ขึ้นอยู่กับนักกฎหมายแต่ละท่าน ซึ่งในแต่ละคนจะมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกันไป ทั้งการเรียนรู้ ความเข้าใจ รวมถึงประสบการณ์ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย ทำให้ทนายแต่ละท่านมีแนวความคิดในการแก้ปัญหาและความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน แต่ละคดีที่แตกต่างกัน ถ้าเราเคยปรึกษาคดีกับทนายความหลายท่าน เราจะพบเสมอว่าคำแนะนำของทนายแต่ละท่านในการต่อสู้คดีมักจะไม่เหมือนกัน แต่ทุกท่านก็ทำเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของลูกความให้สูงที่สุดเหมือนกันครับ ค่าจ้างทนายความจะแพงหรือถูกนั้นจึงขึ้นอยู่กับความพอใจของลูกความครับ หากลูกความมองแล้วว่าสูงเกินไปเราอาจต่อรองราคาหรือเปลี่ยนไปเลือกทนายที่คิดค่าทนายความที่เหมาะสมกับค่าใช้จ่ายที่เราสามารถยอมรับได้ครับ และการเปลี่ยนทนายนั้นสามารถทำได้ทุกเมื่อครับ แต่ถ้าคดีอยู่ในชั้นศาลแล้วควรพิจารณาให้รอบคอบ ต้องคำนึงถึงผลได้ผลเสียที่อาจจะตามมาทุกครั้งครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">ดังที่ได้กล่าวไปบ้างแล้วตอนต้น การจ้างทนายความนั้นจะคล้ายกับการจ้างศิลปินทำงานครับ อยู่ที่ความพอใจของทั้งสองฝ่าย ถูกแพงนั้นเป็นเพียงความรู้สึก ถ้าเราจ่ายสูงแล้วผลออกมาตามที่เราคาดหวังเราก็อาจจะบอกว่าถูก กลับกันถ้าเราจ่ายน้อยแต่ผลออกมาตรงกันข้ามกับที่เราคาดหวังเราก็อาจจะบอกแพงก็ได้ครับ หรือถ้าเราเชื่อ หรือมั่นใจในตัวของทนายท่านนั้นไม่ว่าจะเพราะชื่อเสียง หรือได้รับการแนะนำมา เราก็จะไม่มีความรู้สึกว่าเงินที่จ่ายไปนั้นถูกหรือแพงครับ สิ่งสำคัญคือก่อนเริ่มจ้างทนายความเราต้องสามารถประเมินให้ได้ก่อนว่าค่าจ้างทั้งหมดที่เราจะต้องเสียไปในการจ้างทนายทำงานครั้งนั้นๆ เป็นจำนวนประมาณเท่าไรครับ ตรงนี้สามารถสอบถามให้ทนายประเมินราคาค่าจ้างทนายได้ก่อนตกลงว่าจ้างครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">ค่าทนายความเราอ้างอิงมาจากความซับซ้อนยุ่งยากในการต่อสู้คดีจะน้อยหรือมากก็ต้องดูเป็นแต่ละกรณีๆไปครับ คดีประเภทเดียวละเมิดขับรถชนเหมือนกัน แต่คดีหนึ่งเกิดในใจกลางเมืองย่านชุมชน อีกคดีเกิดขึ้นในเส้นทางต่างจังหวัดไกลปืนเที่ยงความยุ่งยากในการทำคดีย่อมแตกต่างกันค่าใช้จ่ายจึงแตกต่างกันไปด้วยครับเพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยในหลายๆด้านประกอบ เปรียบเทียบ เวลาเราไปหาหมอ ค่าใช้จ่ายในการรักษาแผลมีดบาด กับการผ่าตัดสมองนั้นมีความแตกต่างกันครับ</p>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>ค่าจ้างทนายความเท่าไร คิดอย่างไร</strong>?</h1>



<p class="has-medium-font-size">ในส่วนนี้เป็นหลักการเบื้องต้นนะครับ ซึ่งอาจแตกต่างกันไป สำนักงานเรามีการคิดค่าใช้จ่ายอย่างไรบ้าง ตรงค่าจ้างว่าความนั้นเราไม่สามารถแสดงอัตราค่าจ้างว่าความได้เพราะสภาทนายความกำหนดห้ามไว้ครับผิดมรรยาททนายความ เราจึงเขียนให้เฉพาะหลักการคิดว่ามีแบบใดบ้างครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">ก่อนพูดถึงค่าจ้างว่าความเราขอพูดถึงประเด็นปัญหาซึ่งเราพบบ่อยซักนิดหนึ่งก่อนครับ หลายต่อหลายครั้งที่ลูกความมาปรึกษาเรามักจะให้ใช้วิธีการทางอาญาบีบเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนต้องการ อาจเพราะเข้าใจว่ากระบวนการทางแพ่งนั้นล่าช้าหรือด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ เรามักจะย้ำเสมอว่าหากไม่ผิดอาญาแล้วเราจะไม่ทำคดีอาญาให้เด็ดขาด เนื่องจากเราคำนึงถึงว่าจะเป็นผลร้ายต่อตัวความเองเสียเอง แม้ว่าตัวความจะมีประสบการณ์จากเพื่อน ญาติ เคยใช้แล้วได้ผลมาก่อนก็ตาม หลายต่อหลายครั้งที่เราเจอคู่ความฝ่ายตรงข้ามใช้วิธีการทางอาญาฟ้องมาเพื่อบีบเอาทางแพ่งให้ได้เงินทั้งๆที่ข้อเท็จจริงไม่ผิดอาญาแม้แต่น้อย ผลลัพธ์คือเราดำเนินคดีกลับไปอย่างเต็มรูปแบบทั้งแพ่งและอาญาทำให้ผลเสียตกแก่คู่ความอีกฝ่ายนั้นเองครับ ดังนั้นเราจึงขอย้ำว่าควรเลือกช่องทางกฎหมายให้ตรงกับลักษณะข้อเท็จจริงเสมอครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ค่าจ้างทนายความกรณีขอคำปรึกษา</strong><strong></strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">หากเป็นทาง Line e-mail หรือทางโทรศัพท์ เรายินดีให้คำปรึกษาฟรีครับ แต่ถ้าต้องการปรึกษาทนายต่อหน้า ประกอบเอกสาร จะเริ่มตั้งแต่ 1,000 บาทเป็นต้นไปครับแล้วแต่กรณีโดยจะมีการตกลงกันทั้งสองฝ่ายก่อนเสมอครับ ตรงนี้ผู้อ่านอาจจะมีความรู้สึกว่าแพงให้นึกถึงเวลาเราไปหาหมอในสภานพยาบาลครับ เมื่อเราไปพบจิตแพทย์แม้เพียงไม่กี่นาทีเราก็ต้องจ่ายค่าวิชาชีพให้ท่านใช่ไหมครับ  หรือแม้แต่การไปหาหมอดูทำนายทายทักเรายังจ่ายในสิงที่มองไม่เห็นและก่อนให้เขาเริ่มทำนายด้วยซ้ำ ดังนั้นแม้การขอคำปรึกษาฟรีจะมีได้แต่ต้องทำใจว่าบางครั้งขอลมก็ได้ลมครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ค่าจ้างทนายความกรณีว่าความในศาล</strong><strong></strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">ค่าจ้างว่าความนั้นการคิดจะขึ้นอยู่กับทนายแต่ละท่านนะครับซึ่งจะมีตั้งแต่หลักพันขึ้นไปจนถึงหลักแสนครับ หรือบางที่จะคิดจากจำนวนทุนทรัพย์ในคดีที่พิพาทกันก็มีครับ ปกติแล้วจะประมาณ 10% ของทุนทรัพย์ที่ฟ้องคดีเช่นหากคดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาทกัน 1 ล้านบาทค่าทนายก็จะ 1 แสนบาทเป็นต้นครับ ซึ่งราคาในส่วนนี้ต้องตกลงกับทนายให้ดีนะครับ เพราะส่วนใหญ่รวมถึงสำนักงานเราเป็นราคาเฉพาะดำเนินคดีในศาลชั้นต้นครับ หากมีการอุทธรณ์ ฎีกา หรือบังคับคดีจะคิดเพิ่มอีกต่างหากครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">ค่าจ้างว่าความของสำนักงานเราไม่ได้คิดจากทุนทรัพย์แต่คิดจากความยากง่ายของคดีครับ เช่น ถ้าฟ้องเรื่องเช็ค เราจะดูว่ามีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอะไรบ้าง ไม่ได้ดูเช็คนั้นมูลค่าเท่าไร ดังนั้น ถ้าฟ้องเช็คมูลค่า หนึ่งแสน หรือ สิบล้านบาท เราจึงคิดราคาไม่แตกต่างกันหากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานครบถ้วนไม่ต่างกันครับ ปกติแล้วสำนักงานเราจะเสนอราคาออกมาให้ลูกความเลือกใน 2 รูปแบบดังนี้ครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">1 เหมาเป็นก้อนเดียวทั้งคดี ซึ่งสามารถทยอยจ่ายทีละงวดโดยงวดแรกจ่ายก่อนเริ่มคดี งวดที่สองจ่ายก่อนสืบพยานนัดแรกและงวดสุดท้ายก่อนสืบพยานนัดสุดท้ายครับ แต่ละงวดจะจ่ายเท่าไรนั้นแล้วแต่ตกลงกันครับ หรือในแบบที่สอง</p>



<p class="has-medium-font-size">2 จ้างเป็นครั้งแบ่งเป็นสองส่วน โดยจ่ายเป็น ค่าเขียนคำคู่ความ เช่น คำร้อง คำฟ้อง คำให้การ จ่ายก่องเริ่มงานทั้งก้อน โดยค่าเขียนคำคู่ความนี้มักจะขึ้นกับความยากง่ายของแต่ละคดีเช่นกันครับ เมื่อยื่นคำคู่ความแล้วถือว่าเสร็จงานในส่วนแรก และส่วนที่สองเป็นค่าขึ้นศาลซึ่งขึ้นอยู่กับว่าเป็นศาลที่ใด ในกรุงเทพหรือต่างจังหวัด โดยการคิดค่าบริการส่วนนี้จะคิดต่อการขึ้นศาลต่อครั้งแยกออกมาครับ หากเลือกแบบนี้เราจะต้องจ่ายไปเรื่อย ๆจนกว่าสืบพยานนัดสุดท้ายเสร็จครับ ซึ่งโดยทั่วไปเราสามารถประเมินได้คร่าวๆเท่านั้นว่าจะต้องขึ้นศาลกี่นัด ส่วนในการจะเลือกแบบใดอยู่ที่ตัวความครับว่าแบบใหนเหมาะสมกับตนเองมากที่สุดครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">ค่าใช้จ่ายทั้งสองกรณี ไม่รวมค่าใช้จ่ายต่างๆ&nbsp; เช่นค่าคัดถ่ายเอกสาร ค่าส่งคำคู่ความ ค่าฤชาธรรมเนียม หรือค่าธรรมเนียมอื่นในศาลครับ ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะเป็นส่วนที่ชำระที่ศาลครับซึ่งคิดตามที่ได้จ่ายจริง โดยที่ค่าฤชาธรรมเนียมศาล หากเป็นคดีแพ่งทุนทรัพย์เกิน 300,000 บาท จะอยู่ที่ 2% ของทุนทรัพย์ แต่ถ้าต่ำกว่า 300,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมศาลไม่เกิน 1,000 บาท ค่าส่งคำคู่ความจะขึ้นอยู่กับศาลนั้นๆสามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานศาลเขตนั้นๆครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">หากมีการเดินทางและต้องพักแรมที่ต่างจังหวัดก็จะมีค่าเดินทางและค่าโรงแรมที่พักคิดแยกต่างหาก โดยหากเป็นในเขตกรุงเทพมหานคร และนนทบุรี จะไม่มีค่าบริการในส่วนนี้ แต่หากเป็นจังหวัดอื่นนอกจากนี้คิดตามที่จ่ายจริง</p>



<p class="has-medium-font-size">หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนนี้สามารถเมล โทรศัพท์ หรือไลน์มาสอบถามได้ตลอดเวลา โดยในเมลควรแจ้งข้อเท็จจริงต่างๆประกอบโดยละเอียดเพื่อประเมินราคาด้วยครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ค่าจ้างทนายความกรณีเขียนคำฟ้องหรือคำแก้ อุทธรณ์ หรือฎีกา</strong><strong></strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">ขึ้นกับความซับซ้อนของแต่ละคดีครับ โดยจะจ่ายเป็นก้อนเดียวก่อนเริ่มงานครับ เพราะในชั้นนี้ไม่มีการสืบพยานอีกต่อไป การสู้คดีจะเป็นการนำเอกสารหลักฐานสำนวนที่ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นเสนอศาล โดยปกติมักจะมีราคาหลักหมื่นเป็นต้นไปครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ค่าจ้างตรวจ หรือร่าง/เขียนสัญญา</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">ค้าจ้างทนายความมักจะเริ่มต้นที่ 5,000 บาทเป็นต้นไปขึ้นอยู่กับสัญญาว่าเป็นสัญญาอะไรครับ สัญญานี้เป็นส่วนที่สำคัญมากแต่มักจะไม่ค่อยมีคนให้ความสำคัญเท่าไรครับ เราเคยเขียนบทความให้โหลดสัญญาสำเร็จรูปฟรีไปแล้วในโพสเก่าๆครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่กำลังมองหาทนายความทุกท่านครับ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/885/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มีปัญหากฎหมาย ปรึกษากฎหมายฟรีได้ที่ใดบ้าง?</title>
		<link>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b5/535/</link>
					<comments>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b5/535/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 May 2021 09:59:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ขอคําปรึกษาทนายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[คำแนะนำกฎหมายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ติดต่อ ทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ติดต่อทนายอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[ถามกฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[ถามทนายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนาย]]></category>
		<category><![CDATA[ทนาย คดีอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[ทนาย ที่ปรึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายขอแรงคดีแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายคนจน]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายคลายทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายคลายทุกข์ปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายคลายทุกข์ฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความ คดีอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความ คดีแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความช่วยเหลือประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความฟรีทนายอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความฟรีเพื่อประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความอาสาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความอาสาสภาทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความเพื่อประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายความเรื่องที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายจิตอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายช่วยเหลือประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายช่วยเหลือประชาชนฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายชาวบ้านปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายที่ปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายที่ให้คําปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายประชาชนปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายประชาชนฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายฟรีที่ศาล]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายฟรีมีไหม]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายฟรีสภาทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายฟรีเพื่อประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายรับปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายว่าความฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายศาลฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายสายด่วน]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายอาสาคดีครอบครัว]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายอาสาคดีแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายอาสาปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายอาสาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายอาสามีนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายอาสาสภาทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายอาสาเพื่อประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายเพื่อประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายเพื่อประชาชนฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายให้คําปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ ปรึกษา กฎหมาย แรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษากฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษากฎหมายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ที่ปรึกษาทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษา คดีความ]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษา ทนายคดีอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษา ทนายคดีแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษา ทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษากฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษากฎหมายครอบครัวฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษากฎหมายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษากฎหมายฟรี 24 ชม]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษากฎหมายฟรี 24 ชม ที่ไหนดี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษากฎหมายฟรีทางไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษากฎหมายฟรีสภาทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษากฎหมายออนไลน์ฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษากฎหมายแรงงาน ฟรี 24 ชม]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาข้อกฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาคดีความฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาด้านกฎหมายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนาย]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายความคดีแพ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายความฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายทางไลน์ฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายฟรี 24 ชั่วโมง]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายฟรี line]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายฟรีสภาทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายฟรีออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายฟรีเรื่องที่ดิน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายฟรีเรื่องยืมเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายฟรีเรื่องรถ]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายฟรีเรื่องรถชน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายฟรีเรื่องหย่า]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายอาสาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายเรื่องรถฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาปัญหากฎหมายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีสภาทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาร้องทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาเรื่องกฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาเรื่องกฎหมายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องหย่าทนายอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[รับปรึกษากฎหมายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ราคาทนายความฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[สภาทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาทนายความทนายอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[สภาทนายความปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[สภาทนายความปรึกษาฟรีโทร]]></category>
		<category><![CDATA[สภาทนายความว่าความฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[สอบถามทนายความฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[สอบถามทนายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[หาทนายปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[หาทนายอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[อยากปรึกษาทนายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[เบอทนายปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[เบอร์ทนายอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[เบอร์ทนายเพื่อประชาชน]]></category>
		<category><![CDATA[เบอร์ปรึกษาทนายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[เบอร์โทรทนายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[เบอร์โทรทนายอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[เบอร์โทรปรึกษากฎหมายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[เบอร์โทรปรึกษาทนายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[เบอร์โทรศัพท์ทนายอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[แนะนำทนายคดีแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โทรปรึกษาทนายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ไลน์ปรึกษาทนายฟรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://itthigorn.com/?p=535</guid>

					<description><![CDATA[<div class="entry-summary">
สถานที่บริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายฟรี แก่ประชาชน
วันนี้เราได้รวบรวมสถานที่ที่ให้คำปรึกษากฎหมายแก่ประชาชนฟรีมาแนะนำครับ สำหรับท่านที่ต้องการความช่วยเหลือด้านกฎหมายและประหยัดค่าใช้จ่าย โดยสถานที่ที่แนะนำนี้จะเป็นการให้บริการฟรี และมีค่าใช้จ่ายใดๆ
</div><div class="link-more"><a href="https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b5/535/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> &#8220;มีปัญหากฎหมาย ปรึกษากฎหมายฟรีได้ที่ใดบ้าง?&#8221;</span>&#8230;</a></div>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h1 class="wp-block-heading">สถานที่บริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายฟรี แก่ประชาชน</h1>



<p class="has-medium-font-size">วันนี้เราได้รวบรวมสถานที่ที่ให้คำปรึกษากฎหมายแก่ประชาชนฟรีมาแนะนำครับ สำหรับท่านที่ต้องการความช่วยเหลือด้านกฎหมายและประหยัดค่าใช้จ่าย โดยสถานที่ที่แนะนำนี้จะเป็นการให้บริการฟรี และมีค่าใช้จ่ายใดๆ</p>



<h2 class="wp-block-heading">1 สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์</h2>



<p class="has-medium-font-size">สถานที่แรกที่นึกถึงก็คือ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ครับ ซึ่งสภาทนายความได้จัดบริการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย โดยทนายความอาสา ณ ที่ทำการสภาทนายความ กรุงเทพมหานคร ตรงข้ามโลตัสหลักสี่ ถ้าเดินทางด้วยรถไฟฟ้าก็ลงที่สถานีวัดพระศรีหรือสถานีพหลโยธิน 59 ก็ได้ครับ ซึ่งนอกจากจะเข้าขอคำปรึกษาด้วยตนเองที่สภาทนายความ ทางสภาทนายความได้เปิดช่องทางใหม่ในการปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีผ่านแอพพลิเคชั่น line ด้วยในระหว่างเวลา 8.30 -16.30 น ทุกวันไม้เว้นวันหยุดราชการ  <a href="https://www.lawyerscouncil.or.th/2019/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ บริการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย</a></p>



<h2 class="wp-block-heading">2 สำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา</h2>



<p class="has-medium-font-size">สถานที่ต่อไปที่มีทนายความคอยให้คำปรึกษาและช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ประชาชนฟรีโดยไม่เสียค่าบริการใดๆ ได้แก่ สำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา หรือ ส.ช.น. ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำแนะนำปรึกษาปัญหากฎหมาย และการดำเนินคดีแก่ประชาชนที่มีฐานะยากจนและไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถเข้ารับคำปรึกษาด้วยตนเอง ณ สำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภานั้นอยู่ใบบริเวณอาคารของเนติบัณฑิตยสภาชั้น 1 หรือจะโทรศัพท์ขอคำปรึกษาก็ได้ในวันเวลาราชการ ตั้งแต่เวลา 8.30 น. -16.30 น ครับ <a href="https://www.thethaibar.or.th/thaibarweb/index.php?option=com_content&amp;view=article&amp;id=10:%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%93%E0%B8%91%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2-%E0%B8%AA-%E0%B8%8A-%E0%B8%99&amp;catid=13&amp;Itemid=213&amp;lang=th" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา</a> </p>



<h2 class="wp-block-heading">3 ศูนย์ดำรงธรรมให้ความช่วยเหลือประชาชน</h2>



<p class="has-medium-font-size">ศูนย์ดำรงธรรมให้ความช่วยเหลือประชาชน ซึ่งไม่เฉพาะผู้ที่ต้องการขอคำปรึกษากฎหมาย แต่ยังรวมถึงผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากหน่วยงานของภาครัฐต่างๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นแจ้งเบาะแสการทำผิด ร้องเรียนเจ้าหน้าที่รัฐ ยาเสพติด ปัญหายานพาหนะ การศึกษา ปรึกษาที่ดิน มรดก ฯลฯ โดยสามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย ณ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือโทรสายด่วน 1567 นอกจากนี้ถ้าท่านอยู่ต่างจังหวัดสามารถติดต่อขอคำปรึกษาปัญหากฎหมายฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ณ ศาลากลางจังหวัดทุกแห่ง หรือศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ณ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง หรือ ศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย ณ การไฟฟ้านครหลวงทุกแห่งเช่นกัน <a href="http://www.damrongdhama.moi.go.th" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ศูนย์ดำรงธรรมให้ความช่วยเหลือประชาชน</a> </p>



<h2 class="wp-block-heading">4 ศูนย์ให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ประชาชนของมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น</h2>



<h3 class="wp-block-heading">4.1 สำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</h3>



<p class="has-medium-font-size">สำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย และให้ความช่วยเหลือทางคดี โดยมีทนายความแนะนิติกรอยู่ประจำทั้งที่สำนักงานวิทยาเขตท่าพระจันทร์ เวลาราชการ ระหว่างเวลา 9.00-17.00 น และสำนักงานวิทยาเขตศูนย์รังสิต ระหว่างเวลา 9.00-16.00 น ซึ่งสามารถขอความช่วยเหลือโดยขอรับคำปรึกษาข้อกฎหมายด้วยตนเอง หรือปรึกษาผ่านทางโทรศัพท์ก็ได้ <a href="http://www.tulawcenter.org" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ศูนย์นิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</a> </p>



<h3 class="wp-block-heading">4.2 ศูนย์กฎหมายเพื่อประชาชน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</h3>



<p class="has-medium-font-size">ศูนย์กฎหมายเพื่อประชาชน บริการให้ความช่วยเหลือ คำแนะนำ และคำปรึกษาทางกฎหมายแก่ประชาชน ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาคารเทพทวาราวดี โดยบุคลากรคณะนิติศาสตร์ และมีเจ้าหน้าที่ประจำเพื่อให้บริการแก่ประชาชนตั้งแต่วันจันทร์ &#8211; ศุกร์ ระหว่างเวลา 8.00 &#8211; 17.00 น. <a rel="noreferrer noopener" href="https://www.chula.ac.th/cu-services/academic-services/legal-aid-center/" target="_blank">ศูนย์กฎหมายเพื่อประชาชนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</a> </p>



<h3 class="wp-block-heading">4.3 ศูนย์บริการและให้ความช่วยเหลือสังคมทางกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง</h3>



<p class="has-medium-font-size">ศูนย์บริการและให้ความช่วยเหลือสังคมทางกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ให้บริการทางกฎหมายแก่ประชาชนโดยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญและมีความสามารถ ณ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร <a rel="noreferrer noopener" href="http://www.law.ru.ac.th/index.php/%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2" target="_blank">ศูนย์บริการและให้ความช่วยเหลือสังคมทางกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง</a></p>



<h3 class="wp-block-heading">4.4 ศูนย์ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</h3>



<p class="has-medium-font-size">ศูนย์ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญและมีความสามารถ และให้คำปรึกษากฎหมายฟรีแก่ประชาชนโดยเปิดให้บริการตั้งแต่วันจันทร์ &#8211; ศุกร์ ระหว่างเวลา 9.00 – 16.00 น. <a rel="noreferrer noopener" href="https://www.law.cmu.ac.th/law2011/clinic/clinic.php" target="_blank">ศูนย์ให้คำปรึกษาทางกฎหมาย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</a></p>



<p class="has-medium-font-size">หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านที่ต้องการความช่วยเหลือทางกฎหมายและคดีความฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับ</p>



<p><a href="https://itthigorn.com/news/" target="_blank" aria-label="อ่านบทความอื่นๆของเรา (opens in a new tab)" rel="noreferrer noopener" class="rank-math-link">อ่านบทความอื่นๆของเรา</a></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%ad%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b5/535/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไมตำรวจไม่รับแจ้งความ?</title>
		<link>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b2/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/405/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Apr 2021 11:20:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กฎหมายอาญา]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[การแจ้งความ]]></category>
		<category><![CDATA[คดีแพ่ง แจ้งความ ได้ไหม]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องทาง ร้องทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[ตำรวจปฏิเสธ]]></category>
		<category><![CDATA[ตำรวจไม่ทำหน้าที่]]></category>
		<category><![CDATA[ตำรวจไม่รับแจ้งความ]]></category>
		<category><![CDATA[ตำรวจไม่รับแจ้งความได้หรือไม่]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนายความ]]></category>
		<category><![CDATA[ร้องทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[ร้องเรียน ร้องทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[ร้องเรียน ร้องทุกข์ ออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ร้องเรียนตำรวจ]]></category>
		<category><![CDATA[หมิ่นประมาท ทาง อินเตอร์เน็ต]]></category>
		<category><![CDATA[เช็คเด้ง แจ้งความ]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้ง ข้อหา บุกรุก]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งความ ข้อหาหมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งความ ข้อหาหลอกลวง]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งความ คดีฉ้อโกง]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งความ คอมพิวเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งความ ทําลายทรัพย์สิน]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งความ บุกรุก]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งความ ผู้รับเหมา ทิ้งงาน]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งความ ยักยอกทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งความ ละเมิด สิทธิส่วนบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งความ หมายถึง]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งความ หมิ่นประมาท]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งความ หมิ่นประมาทไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งความ หลอกลวง]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งความ เช็คเด้ง]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งความ แชร์]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งความนอกพื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งความร้องทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งร้องทุกข์]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่รับแจ้งความ]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่รับแจ้งความ pantip]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่รับแจ้งความนอกพื้นที่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://itthigorn.com/?p=405</guid>

					<description><![CDATA[<div class="entry-summary">
เป็นปัญหาที่ทั้งเคยเจอกับตัวเองตั้งแต่ก่อนเรียนกฎหมาย จนจบกฎหมายและทำงานเป็นทนายก็ยังเป็นเรื่องอันดับต้น ๆ ของคดีอาญาที่ลูกความมักโอดครวญให้ฟังเป็นประจำ บางครั้งก็มักจะถามว่าทำไมแจ้งความไปแล้วตำรวจไม่เห็นทำอะไรเลย เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น
</div><div class="link-more"><a href="https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8d%e0%b8%b2/%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/405/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> &#8220;ทำไมตำรวจไม่รับแจ้งความ?&#8221;</span>&#8230;</a></div>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h1 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อตำรวจไม่รับแจ้งความ</strong></h1>



<p class="has-medium-font-size">เป็นปัญหาที่ทั้งเคยเจอกับตัวเองตั้งแต่ก่อนเรียนกฎหมาย จนจบกฎหมายและทำงานเป็นทนายก็ยังเป็นเรื่องอันดับต้น ๆ ของคดีอาญาที่ลูกความมักโอดครวญให้ฟังเป็นประจำ บางครั้งก็มักจะถามว่าทำไมแจ้งความไปแล้วตำรวจไม่เห็นทำอะไรเลย เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การแจ้งความคืออะไร?</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">ก่อนอื่นเรามารู้จักความหมายของการแจ้งความในความเข้าใจเราก่อนว่าคืออะไร การแจ้งความคำนี้ไม่มีกำหนดไว้ในกฎหมายครับ แต่ตามความเข้าใจของคนทั่วไปในทางกฎหมายคือ “คำร้องทุกข์” เป็นการที่ผู้เสียหายได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น และการกระทำความผิดนั้นได้ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย ซึ่งผู้เสียหายไม่จำเป็นที่จะต้องรู้ตัวผู้ที่กระทำความผิดนั้น โดยการกล่าวหาหรือแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่นี้ ผู้เสียหายที่เป็นผู้แจ้งมีเจตนาที่จะให้ผู้ที่กระทำความผิดได้รับโทษ ต่อไปขอเรียกรวมกันว่าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ผลของการแจ้งความร้องทุกข์</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">เมื่อเราทำการแจ้งคำร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่แล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะมีหน้าที่ทำการสืบสวนและสอบสวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานให้ทราบว่าผู้ใดกระทำความผิด กระทำความผิดโดยวิธีใด จากนั้นก็จะทำการรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการทั้งหลายในการนำตัวผู้กระทำความผิดนั้นมาลงโทษ ซึ่งเมื่อกฎหมายกำหนดไว้ให้เป็นหน้าที่แล้ว ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ทำก็เท่ากับเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นั่นเอง ด้วยเหตุนี้เมื่อเราทำการร้องทุกข์อย่างถูกต้องต่อเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ทุกคนจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนทุกกรณีและทุกครั้งครับ แต่ถ้าไม่มีการแจ้งความแล้วตำรวจก็อาจจะไม่ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษก็ได้แต่เฉพาะกรณีที่เป็นความผิดต่อส่วนตัวครับ ในกรณีความผิดที่เป็นอาญาแผ่นดินตำรวจไม่จำเป็นต้องรอให้ผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ตำรวจก็สามารถสืบสวนสอบสวนคดีได้เองครับ เพราะการกระทำความผิดประเภทนี้เป็นการกระทำความเสียหายต่อสังคม และทำลายความสงบสุขของส่วนรวมซึ่งรัฐมีหน้าที่ที่ต้องปกปักษ์รักษา การกระทำความผิดที่เป็นอาญาแผ่นดินนั้นทำให้รัฐเป็นผู้เสียหาย รัฐจึงสามารถดำเนินคดีในความผิดที่เป็นอาญาแผ่นดินนั้นได้เอง</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ตำรวจไม่รับแจ้งความได้หรือไม่?</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">มีความเป็นไปได้หลายกรณีด้วยกันที่ทำให้ตำรวจปฏิเสธหรือไม่รับแจ้งความครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กรณีแรกคือ เราไม่ใช่ผู้เสียหาย</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">ดังได้กล่าวไปเบื้องต้น ความผิดทางอาญามีสองประเภทคือ ความผิดที่เป็นอาญาแผ่นดิน กับความผิดต่อส่วนตัว ซึ่งความผิดที่เป็นอาญาแผ่นดินนั้นรัฐเป็นผู้เสียหายรัฐจึงดำเนินการได้เองโดยที่เราไม่จำเป็นต้องแจ้งความ ส่วนความผิดต่อส่วนตัว อันได้แก่ความผิดทั้งหลายที่กฎหมายกำหนดไว้ว่าเป็นความผิดอันยอมความได้ เช่น ยักยอก ฉ้อโกง หมิ่นประมาท บุกรุก ทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งความผิดต่อส่วนตัวนี้จะมีอายุความ 3 เดือนนับแต่วันที่เรารู้ว่ามีการกระทำความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดครับ แต่อย่างไรก็ดีการแจ้งความหรือร้องทุกข์นั้นเราไม่จำเป็นที่จะต้องรู้ตัวผู้กระทำความผิด เราก็สามารถที่จะแจ้งความร้องทุกข์ได้ เพราะการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษเป็นหน้าที่ของตำรวจครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">แต่ว่ากฎหมายได้กำหนดไว้ว่าถ้าเป็นความผิดต่อสวนตัว เจ้าหน้าที่จะสามารถดำเนินการสอบสวนได้ต่อเมื่อมีการแจ้งความหรือร้องทุกข์โดยชอบเสียก่อน ซึ่งตามความหมายของคำร้องทุกข์ที่กล่าวไว้ข้างต้น ผู้ที่สามารถแจ้งได้ต้องเป็นผู้เสียหายเท่านั้น บุคคลอื่นหากไม่ใช่ผู้ที่เสียหายจากการกระทำความผิด กฎหมายไม่อนุญาตให้ร้องทุกข์ต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจครับ นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ตำรวจ จำเป็นที่จะต้องปฏิเสธหรือไม่รับคำร้องทุกข์ได้ครับ ดังนั้นก่อนไปแจ้งความควรเช็คก่อนว่าเราเป็นผู้เสียหายตัวจริงหรือไม่</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ผู้เสียหาย คือใคร?</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">กฎหมายกำหนดไว้ว่า ผู้เสียหาย หมายถึงบุคคลที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดนั้นๆ นอกจากนี้ยังรวมถึง ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้อนุบาล ของผู้เยาว์หรือผู้ไร้ความสามรถที่อยู่ในความดูแลของตนที่เขาได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิด และถ้าหากว่าผู้เสียหายถูกทำร้ายถึงแก่ความตาย หรือบาดเจ็บจนไม่สามารถที่จะดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์เองได้ บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยาของผู้ที่ได้รับความเสียหายนั้น ก็สามารถมาแจ้งความร้องทุกข์แทนได้ หรือในกรณีนิติบุคคลที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิด ผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลสามารถที่จะมาแจ้งความร้องทุกข์ได้ครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">ดังนั้นถ้าไม่ใช่ผู้เสียหาย ซึ่งได้แก่บุคคลดังกล่าวไปแล้วไปแจ้งความร้องทุกข์เจ้าหน้าที่เขาก็ไม่สามารถรับคำร้องทุกข์ของเราได้ แต่บุคคลที่ไปแจ้งความนั้นสามารถทำการกล่าวโทษเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทราบว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ได้ เพราะถ้าเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน เจ้าหน้าที่ก็สามารถดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ โดยเราไม่จำเป็นต้องไปร้องทุกข์อีก</p>



<p class="has-medium-font-size">จำเป็นหรือไม่ที่ก่อนไปแจ้งความเราต้องรู้ก่อนว่าความผิดที่เราไปแจ้งนั้นเป็นความผิดต่อส่วนตัวหรืออาญาแผ่นดิน โดยหลักการไม่จำเป็นครับเพราะเป็นหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ ถ้าเป็นอาญาแผ่นดินแม้ผู้มาแจ้งไม่ใช่ผู้เสียหายเจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการสืบสวนสอบสวนได้ แต่ถ้าเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นความผิดต่อส่วนตัวก็จะให้เรานำตัวผู้เสียหายตัวจริงมาร้องทุกข์เสียก่อนจึงจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนได้ครับ แต่ว่าในทางปฏิบัติควรหาข้อมูลเบื้องต้นก่อนว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการกระทำความผิดอาญาฐานใดครับและเราเป็นผู้เสียหายตัวจริงหรือไม่ครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กรณีที่สอง เราร้องทุกข์ไม่ถูกต้อง</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">ดังได้กล่าวไปแล้วในความหมายของการแจ้งความร้องทุกข์ว่าการร้องทุกข์เพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีอาญานั้น ผู้ที่แจ้งต้องแจ้งโดยมีวัตถุประสงค์ให้นำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษครับ หากไม่มีการระบุเจตนานี้ลงไป จะไม่ใช่การแจ้งความร้องทุกข์ครับ เมื่อไม่ใช่การแจ้งความร้องทุกข์ถ้าเป็นความผิดต่อส่วนตัวดังได้กล่าวไปแล้ว ตำรวจก็ไม่สามารถที่จะสืบสวนหรือสอบสวนเพื่อทำสำนวนส่งอัยการให้นำคดีขึ้นฟ้องต่อศาลได้ครับ</p>



<p class="has-medium-font-size">ดังนั้นเมื่อเราไปแจ้งความร้องทุกข์แล้ว ควรเช็คเสมอว่าข้อความที่เจ้าหน้าที่ลงไว้ให้เรานั้น มีข้อความที่แสดงถึงเจตนาว่าเราต้องการให้ตำรวจนำตัวผู้ที่กระทำความผิดมารับโทษหรือไม่ ถ้าไม่มีการระบุถึงเจตนานี้ การแจ้งความของเรานั้นจะเป็นเพียงการลงบันทึกประจำวันธรรมดา หากความผิดนั้นเป็นความผิดต่อส่วนตัว ถ้าพ้นกำหนด 3 เดือนนับแต่วันที่เรารู้เรื่องการกระทำความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดแล้ว คดีจะขาดอายุความครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กรณีที่สาม ความผิดที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดอาญาแต่เป็นความผิดทางแพ่งครับ</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">การดำเนินคดีอาญาจะกระทำได้ การกระทำนั้นต้องเป็นการกระทำที่เป็นความผิดทางอาญาเท่านั้น หากเป็นความเสียหายที่เกิดจากทางแพ่ง พนักงานเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถที่จะดำเนินคดีอาญากับผู้ที่กระความผิดทางแพ่งนั้นได้ครับ เพราะเป็นเรื่องระหว่างเอกชนกับเอกชนด้วยกันเอง แต่ในบางครั้งเป็นเรื่องที่แยกลำบากและมีหลายกรณีที่ขึ้นสู่ศาลครับ ว่าเป็นความผิดทางอาญาหรือทางแพ่ง การจะดูว่าครบองค์ประกอบความผิดทางอาญาหรือไม่จะต้องอาศัยพยานหลักฐานมาพิสูจน์ กรณีที่เป็นคดีที่มีความซับซ้อนหรือไม่สามารถวิเคราะห์ได้โดยง่ายก็เป็นหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ต้องค้นหาความจริงในเรื่องนี้ครับ แต่ต้องพึงระลึกไว้เสมอครับว่า การแกล้งฟ้องเพื่อให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญาทั้ง ๆที่เขาไม่ได้มีความผิดทางอาญา ผู้ที่แกล้งฟ้องนั้นมีความผิดอาญาครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เราจะทำอย่างไรได้บ้างหากเจ้าหน้าที่ไม่รับแจ้งความจริงๆ</strong></h2>



<p class="has-medium-font-size">การดำเนินคดีอาญา กฎหมายให้ประชาชนสามารถทำได้ 2 วิธีครับได้แก่ ผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจให้สอบสวนแล้วทำสำนวนส่งอัยการเพื่อนำคดีขึ้นฟ้องต่อศาล กับผู้เสียหายสามารถฟ้องคดีได้เองโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งความร้องทุกข์ก่อนก็ได้ครับ ซึ่งวิธีแรกไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ส่วนวิธีหลังจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงต่ำแตกต่างกันไปแล้วแต่กรณีครับ</p>



<h2 class="wp-block-heading">สุดท้ายนี้หากแจ้งความแล้วเกิดปัญหาจริงๆลองดูที่นี่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งครับ</h2>



<p class="has-medium-font-size">ตำรวจไซเบอร์เปิดสายด่วน &#8220;1441&#8221; ให้ประชาชนแจ้งเบาะแส-ขอความช่วยเหลือ หากคดีที่แจ้งความสถานีตำรวจนครบาล หรือสถานีตำรวจภูธรแล้วไม่มีความคืบหน้า โทรสายด่วน 1441 ตำรวจไซเบอร์ สามารถปรึกษา แจ้งเบาะแส ขอความช่วยเหลือ ตั้งแต่ 08.30 น. ถึง 16.30 น. วันจันทร์-วันศุกร์​ หรือเข้าเฟซบุ๊ก “กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” เพื่อประสานพื้นที่ช่วยเร่งรัดได้อีกทางหนึ่ง</p>



<p class="has-medium-font-size"><a href="https://itthigorn.com/news/" target="_blank" aria-label="อ่านบทความอื่นของเรา (opens in a new tab)" rel="noreferrer noopener" class="rank-math-link">อ่านบทความอื่นของเรา</a></p>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ต้องทำอย่างไรเมื่อถูกไล่ออก</title>
		<link>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99/372/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Apr 2021 08:16:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กฎหมายแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[กรณี เลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[การจ้างออก]]></category>
		<category><![CDATA[การเลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[การเลิกจ้าง พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[คดีแรงงานฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างทนายฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างออก ชดเชย]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างออกจากงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ดำเนินคดีแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ถูก เลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[นายจ้าง ไม่จ่าย เงินเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[นายจ้างจ่ายเงินเดือนไม่ครบ]]></category>
		<category><![CDATA[นายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างไม่มีสัญญาจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[นายจ้างไม่จ่ายค่าแรงฟ้องได้ไหม]]></category>
		<category><![CDATA[นายจ้างไม่จ่ายเงินเดือนตามกําหนด]]></category>
		<category><![CDATA[นายจ้างไม่จ่ายเงินแจ้งความได้ไหม]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เลิกจ้าง พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทให้หยุดงานแต่ไม่จ่ายค่าจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทไม่มีเงินจ่ายค่าชดเชย]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องกรมแรงงาน กรณีนายจ้าง ไม่จ่ายเงินเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องกรมแรงงานไม่จ่ายเงินเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องศาลแรงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ร้องเรียนนายจ้างไม่จ่ายค่าลาคลอด]]></category>
		<category><![CDATA[ร้องเรียนนายจ้างไม่จ่ายเงินเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[ลาออกนายจ้างไม่จ่ายเงินเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเมื่อโดนเลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้านายไม่จ่ายเงินเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[เรียกค่าชดเชย]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกจ้าง ต้องระวัง]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกจ้าง พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกจ้างไม่เป็นธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[แจ้งกรมแรงงานนายจ้างไม่จ่ายเงินเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[โดนปลดออกจากงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โดนไล่ออก จากงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โดนไล่ออกจากงานกะทันหัน]]></category>
		<category><![CDATA[ไล่ออกไม่จ่ายค่าชดเชย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://itthigorn.com/?p=372</guid>

					<description><![CDATA[<div class="entry-summary">
เมื่อลูกจ้างถูกเลิกจ้างหรือโดนไล่ออก ลูกจ้างมีทางเลือกในการเรียกร้องสิทธิต่างๆของตนได้ 2 ทางซึ่งต้องเลือกทางใดทางหนึ่งจนเสร็จสิ้นกระบวนการก่อนเท่านั้น ไม่สามารถดำเนินการไปพร้อมกันได้ ทางเลือกทั้งสองทางดังกล่าวได้แก่
</div><div class="link-more"><a href="https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99/372/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> &#8220;ต้องทำอย่างไรเมื่อถูกไล่ออก&#8221;</span>&#8230;</a></div>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-medium-font-size">เชื่อว่าทุกคนจะต้องได้ยิน หรือสงสัยเกี่ยวกับการ จ้างออก, ถูกเลิกจ้าง, เลิกจ้างไม่ถูกต้อง, นายจ้าง ไม่จ่ายเงินเดือน, บริษัท เลิกจ้างพนักงาน, จ้างออกจากงาน, เลิกจ้างไม่เป็นธรรม, โดนไล่ออกจากงาน บทความนี้จะพูดถึงว่าหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวไปนี้แล้ว ลูกจ้างมีช่องทางที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมได้อย่างไร</p>



<p class="has-medium-font-size">เมื่อลูกจ้างถูกเลิกจ้างหรือโดนไล่ออก ลูกจ้างมีทางเลือกในการเรียกร้องสิทธิต่างๆของตนได้ 2 ทางซึ่งต้องเลือกทางใดทางหนึ่งจนเสร็จสิ้นกระบวนการก่อนเท่านั้น ไม่สามารถดำเนินการไปพร้อมกันได้ ทางเลือกทั้งสองทางดังกล่าวได้แก่</p>



<p class="has-medium-font-size">1 ดำเนินการยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงาน</p>



<p class="has-medium-font-size">2 ยื่นคำฟ้องต่อต่อศาล</p>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>1 ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงาน</strong></h1>



<p class="has-medium-font-size">หากลูกจ้างเลือกทางนี้ ลูกจ้างสามารถไปยังสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่ที่ลูกจ้างทำงาน และเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับการจ้าง และการเลิกจ้างให้พนักงานตรวจแรงงานฟัง หลังจากที่พนักงานตรวจแรงงานได้รับเรื่องไว้แล้ว เขาจะทำการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยสอบถามไปยังบริษัทนายจ้างของเรา และจะมีคำสั่งออกมาภายในระยะเวลา 60 วันนับตั้งแต่วันที่รับเรื่อง ซึ่งหากพนักงานตรวจแรงงานไม่สามารถออกคำสั่งได้ภายใน 60 วัน พนักงานตรวจแรงงานสามารถขอขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ครบกำหนด 60 วันแรก ดังนั้น ระยะเวลาอย่างช้าสุดในการใช้วิธีการสายนี้คือ 90 วัน</p>



<p class="has-medium-font-size">คำสั่งที่ออกมานั้นหากพนักงานตรวจแรงงานสอบสวนแล้วปรากฎว่าลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินอย่างหนึ่งอย่างใดที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายตามกฎหมายว่าด้วยแรงงาน พนักงานตรวจแรงงานก็จะมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินดังกล่าวนี้ให้แก่ลูกจ้างหรือหากลูกจ้างถึงแก่ความตายไปก่อนก็ต้องจ่ายให้ทายาทของลูกจ้างผู้ถึงแก่ความตายนั้น โดยมีกำหนดระยะเวลาการจ่ายภายใน 30 วันนับแต่วันที่นายจ้างทราบหรือถือว่าได้ทราบคำสั่ง ซึ่งหากลูกจ้างหรือนายจ้างไม่พอใจคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานนั้นสามารถยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานเพื่อคัดค้านคำสั่งดังกล่าวได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่งนั้น กฎหมายไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในกรณีลูกจ้างจะยื่นคำฟ้องคัดค้านไว้แต่อย่างใด แต่หากเป็นกณณีนายจ้าง การคัดค้านคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน นายจ้างต้องนำเงินมาวางต่อศาลตรามจำนวนที่จะต้องจ่ายตามคำสั่งนั้นจึงจะสามารถฟ้องคัดค้านคำสั่งพนักงนตรวจแรงงานได้ จึงทำให้หากนายจ้างคัดค้านคำสั่งลูกจ้างก็มีเงินเป็นหลักประกันไว้ที่ศาลว่าจะได้เงินตามคำสั่งหากศาลเห็นชอบด้วยกับคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานนั่นเอง</p>



<p class="has-medium-font-size">แต่ถ้าหากไม่มีผู้ใดคัดค้านคำสั่งและเมื่อพ้นระยะเวลาที่พนักงานตรวจแรงงานได้สั่งให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างภายในกำหนดแล้วไม่จ่ายคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานนั้นเป็นที่สุด การบังคับคดีนั้นลูกจ้างต้องนำคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อให้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งตามที่พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งและนำคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นไปบังคับคดีต่อไปซึ่งการพิจารณาคดีแรงงานจะเป็นไปด้วยความรวดเร็วแต่กฎหมายก็ไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ว่าจะต้องมีคำสั่งภายในกี่วัน</p>



<h1 class="wp-block-heading"><strong>2 ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างยื่นคำฟ้องต่อต่อศาล</strong></h1>



<p class="has-medium-font-size">หากลูกจ้างเลือกวิธีการนี้ข้อดีคือเมื่อศาลพิพากษาแล้วสามารถนำคำพิพากษาหรือคำสั่งดำเนินการบังคับคดีได้โดยไม่ต้องนำมาฟ้องบังคับตามคำพิพากษาเหมือนวิธีแรก แต่ระยะเวลาในการพิจารณานั้น กฎหมายไม่ได้มีกำหนดระยะเวลาไว้ว่าต้องใช้เวลาในการพิจารณาคดีกี่วัน แต่กำหนดไว้ว่าต้องทำโดยเร็ว ซึ่งโดยปกติก็จะใช้เวลาพอๆกับวิธีแรก</p>



<p class="has-medium-font-size">การยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานนั้นทำไม่ยาก ปกติจะมีนิติกรประจำศาลคอยให้บริการเขียนคำฟ้องให้ โดยการฟ้องคดีแรงงานไม่มีค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมใดๆในการฟ้องร้อง เพราะวิธีพิจารณาคดีแรงงานมีหลักการวินิจฉัยคดีโดยเฉพาะคือ สะดวก ประหยัด รวดเร็วและเที่ยงธรรม</p>



<p class="has-medium-font-size">หากศาลตัดสินแล้วลูกจ้างหรือนายจ้างไม่พอใจต่อคำตัดสิน วิธีการคัดค้านก็ต้องใช้วิธีการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ</p>



<p class="has-medium-font-size">วิธีการทั้งสองสายดังกล่าวมานั้นมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน ข้อดีของวิธีแรกคือ หากพนักงานตรวจแรงงานสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินแล้วนายจ้างคัดค้านนายจ้างต้องนำเงินเท่ากับจำนวนที่ตนคัดค้านไปวางที่ศาลก่อนถึงจะฟ้องคัดค้านคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานได้ การพิจารณาคดีของพนักงานตรวจแรงงานปกติ จะซักถามข้อเท็จจริงทีละฝ่ายลดการเผชิญหน้ากัน ทำให้การเจรจาต่อรอง จะทำได้โดยมีความกดดันน้อยกว่าเวลาเผชิญหน้ากันในศาล ข้อเสียคือการบังคับคดี หากนายจ้างไม่จ่ายเงินตามที่พนักงานตรวจแรงงานสั่ง ลูกจ้างยังต้องนำคดีมายื่นฟ้องเพื่อบังคับตามคำสั่งอยู่นั่นเอง</p>



<p class="has-medium-font-size">วิธีการที่สองมีข้อดีคือไม่ต้องฟ้องบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอีก หากเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมศาลสามารถมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยอันเนื่องมาจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมนี้ได้อีก ซึ่งพนักงานตรวจแรงงานไม่สามารถสั่งในส่วนนี้ได้เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจพนักงานตรวจแรงงานไว้ซึ่งจำนวนค่าชดเชยในส่วนนี้ศาลจะคำนึงถึงเงินค่าชดเชยและข้อเท็จจริงรวมถึงเงินที่ลูกจ้างได้รับจึงไม่แน่นอนว่าจะได้มากน้อยเพียงใด ข้อเสียคือระยะเวลาในการพิจารณาหากคดี ถ้าศาล ณ เวลานั้นเยอะ การพิจารณาอาจใช้เวลานานกว่าวิธีแรก การเจรจาหากนายจ้างจ้างทนายมาแล้วการต่อรองจะทำได้ค่อนข้างยากกว่าวิธีแรก</p>



<p class="has-medium-font-size">หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับท่านในการตัดสินใจเลือกว่าจะใช้เส้นทางใดในการเรียกร้องสิทธิของท่านนะครับ</p>



<p class="has-medium-font-size"><a href="https://itthigorn.com/news/" target="_blank" aria-label="อ่านบทความอื่นๆของเรา (opens in a new tab)" rel="noreferrer noopener" class="rank-math-link">อ่านบทความอื่นๆของเรา</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฟ้องล้มละลาย กฎหมายและผลของการล้มละลาย</title>
		<link>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9f%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%b2/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%a5/343/</link>
					<comments>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9f%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%b2/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%a5/343/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Apr 2021 04:54:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[กระบวนการล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[การต่อสู้คดีล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[การถูกฟ้องล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[การฟ้องล้มละลายข้าราชการ]]></category>
		<category><![CDATA[การโดนฟ้องล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[ขั้นตอนล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[คดีฟ้องล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[คดีล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[คนค้ำประกันถูกฟ้องล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[ถ้าถูกฟ้องล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[ถ้าโดนฟ้องล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[ถูกพิทักษ์ทรัพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ถูกฟ้องล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[ถูกฟ้องล้มละลายทํางานได้ไหม]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายคดีล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทถูกฟ้องล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[บุคคลธรรมดาล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาคดีล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาทนาย]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษาฟรี]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องล้มละลายข้าราชการ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องล้มละลายตัวเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องล้มละลายบริษัท]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องล้มละลายบุคคลธรรมดา]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูกิจการ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูกิจการล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[ล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[ล้มละลายกี่ปี]]></category>
		<category><![CDATA[ล้มละลายฟื้นฟูกิจการ]]></category>
		<category><![CDATA[ล้มละลายไม่ไปรายงานตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ศาลฟ้องล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[โดนฟ้องล้มละลาย]]></category>
		<category><![CDATA[โดนฟ้องล้มละลายทํางานได้ไหม]]></category>
		<category><![CDATA[โดนฟ้องล้มละลายเรื่องบ้าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://itthigorn.com/?p=343</guid>

					<description><![CDATA[<div class="entry-summary">
เมื่อลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ และผิดนัดในการชำระหนี้ ไม่ว่าลูกหนี้จะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล เจ้าหนี้มี สี่ ทางเลือกเพื่อที่จะให้ตนได้รับการชำระหนี้ ได้แก่
</div><div class="link-more"><a href="https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9f%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%b2/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%a5/343/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> &#8220;ฟ้องล้มละลาย กฎหมายและผลของการล้มละลาย&#8221;</span>&#8230;</a></div>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h1 class="wp-block-heading">กฎหมายล้มละลายและผลของการล้มละลาย</h1>



<p class="has-medium-font-size">เมื่อลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ และผิดนัดในการชำระหนี้ ไม่ว่าลูกหนี้จะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล เจ้าหนี้มี สี่ ทางเลือกเพื่อที่จะให้ตนได้รับการชำระหนี้คือ</p>



<p class="has-medium-font-size">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1 ปรับโครงสร้างหนี้</p>



<p class="has-medium-font-size">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2 ฟ้องคดีแพ่ง</p>



<p class="has-medium-font-size">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 3 ดำเนินการเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ และ</p>



<p class="has-medium-font-size">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 4 การดำเนินคดีล้มละลาย</p>



<h1 class="wp-block-heading">การล้มละลาย</h1>



<p class="has-medium-font-size">แม้ว่าจะมีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้น จนอาจทำให้บุคคลไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติก็ตาม แต่กฎหมายไม่ได้กำหนดเรื่องเหตุสุดวิสัยเป็นเหตุยกเว้นการดำเนินคดีล้มละลายแก่ลูกหนี้ได้แต่อย่างใด ทำให้การดำเนินคดีล้มละลายกับลูกหนี้นั้น เจ้าหนี้สามารถฟ้องลูกหนี้ให้ล้มละลายได้ต่อเมื่อลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวและหนี้ต้องมีจำนวนที่แน่นอนไม่ว่าหนี้นั้นจะถึงกำหนดชำระแล้วหรือไม่ก็ตาม แต่หนี้นั้นต้องไม่ใช่หนี้ที่ขาดอายุความ โดยกฎหมายได้กำหนดไว้ว่าถ้าลูกหนี้นั้นเป็นบุคคลธรรมดา บุคคลนั้นต้องมีจำนวนหนี้มากกว่าทรัพย์สินไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท แต่หากเป็นนิติบุคคล นิติบุคคลนั้นต้องมีหนี้มากกว่าทรัพย์สินไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท จึงจะเข้าหลักเกณฑ์ของการมีหนี้สินล้มพ้นตัวตามกฎหมายล้มละลาย และเมื่อเจ้าหนี้ยื่นฟ้องล้มละลายแล้วเจ้าหนี้จะถอนคำฟ้องล้มละลายนั้นไม่ได้อีก การถอนฟ้องล้มละลายจะต้องขอศาลเท่านั้น ซึ่งการที่ศาลจะอนุญาตหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาล กฎหมายไม่ได้บังคับให้ศาลต้องอนุญาตเสมอไป เพราะการฟ้องล้มละลายเป็นไปเพื่อผลประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทุกคนหากศาลพิจารณาแล้วว่าเมื่อถอนฟ้องไปแล้วจะไม่เป็นประโยชน์กับเจ้าหนี้รายอื่นศาลท่านก็อาจจะไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องคดีล้มละลายก็ได้ </p>



<p class="has-medium-font-size">เมื่อศาลได้รับคำฟ้องล้มละลายจากเจ้าหนี้และพิจารณาแล้วเห็นว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวครบตามองค์ประกอบของการล้มละลายดังกล่าวมาข้างต้น ศาลก็จะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด</p>



<h2 class="wp-block-heading">ผลของการถูกพิทักษ์ทรัพย์ ในคดีล้มละลาย</h2>



<p class="has-medium-font-size">ภายหลังที่ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว ผลที่ตามมาคือลูกหนี้ที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์นั้นจะไม่สามารถกระทำการใดๆเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการของตนได้อีกต่อไป หน้าที่ทั้งหมดในการจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้เจ้าพนักงานพิทักทรัพย์จะเป็นผู้จัดการทั้งหมด ดังนั้นหลังจากที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็กขาด ลูกหนี้จะไปกระทำนิติกรรมใดๆก็จะตกเป็นโมฆะหมดโดยกฎหมายจะไม่สนใจว่าคู่กรณีอีกฝ่ายจะรู้หรือไม่ว่าลูกหนี้คนนั้นถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์หรือไม่</p>



<p class="has-medium-font-size">หน้าที่ของเจ้าหนี้ทุกรายภายหลังจากที่ลูกหนี้ของตนถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ในกรณีที่เป็นหนี้เงินเจ้าหนี้ทุกรายต้องยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดเวลา 2 เดือน นับแต่วันที่มีการโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็กขาด แต่ถ้าเจ้าหนี้อยู่นอกราชอาณาจักร เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สามารถขยายกำหนดเวลาให้ยื่นคำร้องไปอีกได้ไม่เกิน 2 เดือน ซึ่งถ้าเจ้าหนี้ไม่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในระยะเวลากำหนด จะทำให้เจ้าหนี้ผู้นั้นหมดสิทธิในการขอรับชำระหนี้ และหลังจากคดีล้มละลายสิ้นสุดลูกหนี้ก็จะหลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวง ซึ่งในกรณีที่เจ้าหนี้ยื่นไม่ทันภายในกำหนดเนื่องมาจากมีเหตุสุดวิสัย เช่น เจ้าหนี้ต่างประเทศไม่สามารถเข้าประเทศได้เพราะการปิดประเทศ เจ้าหนี้อาจมีคำขอโดยทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลว่าเจ้าหนี้ประสงค์จะยื่นคำขอรับชำระหนี้ และแสดงถึงเหตุสุดวิสัยที่ตนไม่อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ทันภายในกำหนดเวลา หากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่ากรณีเป็นเหตุสุดวิสัยและมีเหตุผลอันสมควรที่จะให้เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ศาลอาจมีคำสั่งให้เจ้าหนี้รายนั้นยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด อย่างไรก็ตามเจ้าหนี้ที่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ จะมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้เฉพาะทรัพย์สินที่มีอยู่ภายหลังการแบ่งทรัพย์สินก่อนที่เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ และไม่กระทบถึงการใดที่ศาลเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์หรือที่ประชุมเจ้าหนี้ได้ดำเนินการไปแล้ว</p>



<p class="has-medium-font-size">หากศาลได้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว และลูกหนี้ขอประนอมหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็จะทำการเรียกประชุมเจ้าหนี้โดยเร็วที่สุด เพื่อปรึกษากับที่ประชุมเจ้าหนี้ว่าจะควรยอมรับคำขอประนอมหนี้ของลูกหนี้หรือควรขอให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายหรือไม่ รวมถึงปรึกษาถึงวิธีที่จะจัดการทรัพย์สินของลูกนี้ว่าจะจัดการอย่างไรต่อไป ซึ่งเจ้าหนี้อาจพิจารณาและมีมติให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตามที่ลูกหนี้ขอประนอมหนี้และไม่ขอให้ศาลสั่งให้ลูกหนี้ล้มละลายก็ได้ แต่อย่างไรก็ดีมติดังกล่าวจะยังไม่ผูกมันเจ้าหนี้ทั้งหลายจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเห็นชอบด้วย ศาลอาจมีคำสั่งเห็นชอบในการประนอมหนี้ได้เพราะหากศาลยังไม่สั่งให้เป็นบุคคลล้มละลายในกรณีนิติบุคคลก็ยังไม่เลิกกันทันทีโดยผลของกฎหมาย บางกรณีเจ้าหนี้อาจได้รับชำระหนี้อย่างครบถ้วนมากกว่าปล่อยให้บริษัทเลิกกัน และเมื่อศาลเห็นชอบด้วยกับการประนอมหนี้แล้ว คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก็เป็นการยกเลิกไปในตัว เมื่อลูกหนี้ชำระหนี้ได้ครบถ้วนตามสัญญาประนอมหนี้ลูกหนี้ย่อมหลุดพ้นในหนี้ทั้งปวง แต่อย่างไรก็ดีหากลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามที่ได้ตกลงกันไว้ในการชำระหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจรายงานหรือเจ้าหนี้คนใดจะมีคำขอโดยทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลให้ศาลมีคำสั่งให้ลูกหนี้ล้มละลายได้ ศาลอาจสั่งยกเลิกการประนอมหนี้และพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายได้หากลูกหนี้ไม่มีเหตุผลอันสมควรในการไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนอมหนี้ แต่การยกเลิกการประนอมหนี้นั้นจะไม่มีผลกระทบกับกิจการใดๆที่ได้ทำไปแล้วในการประนอมหนี้ ซึ่งในสถานการณ์โควิท 19 ในปัจจุบันอาจใช้เป็นเหตุผลในการผ่อนผันการชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมได้ซึ่งลูกหนี้คงต้องทำการเจรจาขอผ่อนผันการชำระหนี้กับเจ้าหนี้แหละพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เนื่องจากเหตุสุดวิสัยนี้ก็ได้</p>



<p class="has-medium-font-size">ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งล้มลายแล้ว ลูกหนี้จะเสนอคำขอประนอมหนี้ได้เช่นกัน แต่การประนอมหนี้นี้ไม่เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เลื่อนหรืองดการจำหน่ายทรัพย์สิน เว้นแต่ถ้ามีเหตุอันควรที่อาจเป็นประโยชน์แก่การขอประนอมหนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจเลื่อนหรืองดการจำหน่ายทรัพย์สินได้ และถ้าศาลเห็นชอบด้วยกับการขอประนอมหนี้ ศาลจะมีคำสั่งให้ยกเลิกการล้มละลายและจะสั่งให้ลูกหนี้กลับมีอำนาจจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของตนหรือจะสั่งประการใดตามที่เห็นสมควรก็ได้ ซึ่งหากลูกหนี้อยากหลุดพ้นจากการล้มละลายก่อนกำหนด 3 ปีลูกหนี้สามารถใช้วิธีตามที่กล่าวมานี้ได้</p>



<h2 class="wp-block-heading">ผลของการถูกปลดจากการล้มละลาย</h2>



<p class="has-medium-font-size">ผลหลังจากการปลดจากล้มละลาย หากเป็นบุคคลธรรมดาซึ่งศาลพิพากษาให้ล้มละลายแล้ว บุคคลนั้นจะถูกปลดจากล้มละลายทันทีที่พ้นกำหนดระยะเวลา 3 ปีนับแต่วันที่ศาลได้พิพาษาให้ล้มละลาย และคำสั่งปลดจากล้มละลายจะทำให้บุคคลล้มละลายหลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวงอันพึงขอรับชำระได้ทันที ทำให้เจ้าหนี้หากภายในระหว่างระยะเวลา 3 ปี ถ้าเจ้าหนี้ได้รับทรัพย์สินจากลูกหนี้ไม่ครบเต็มตามจำนวนหนี้ เจ้าหนี้ก็จะต้องแบบรับความเสียหายที่เกิดจากการได้รับชำระหนี้ไม่เต็มจำนวน โดยไม่สามารถเรียกร้องเอาแก่ลูกหนี้ได้อีกต่อไป กรณีลูกหนี้ที่เป็นนิติบุคคล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เมื่อนิติบุคคลนั้นล้มละลาย นิติบุคคลนั้นเป็นอันเลิกกันทันทีโดยผลของกฎหมายเจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินของนิติบุคคลที่เหลืออยู่เท่านั้น จะเห็นได้ว่า การดำเนินคดีล้มละลายจึงมักจะใช้เป็นมาตรการสุดท้ายของเจ้าหนี้เพื่อที่จะให้ได้รับชำระหนี้ของเจ้าหนี้นั่นเอง</p>



<p class="has-medium-font-size"><a href="https://itthigorn.com/news/" target="_blank" aria-label="อ่านบทความอื่นๆของเรา (opens in a new tab)" rel="noreferrer noopener" class="rank-math-link">อ่านบทความอื่นๆของเรา</a></p>



<p></p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9f%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9f%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%b2/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%a5/343/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สิทธิต่างๆของลูกจ้างเมื่อถูกเลิกจ้างในสถานการณ์ covid-19</title>
		<link>https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2/337/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 27 Apr 2021 04:31:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กฎหมายแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายแรงงานชดเชยเลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมายแรงงานเลิกจ้างเงินชดเชย]]></category>
		<category><![CDATA[กรณี เลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[กรณีเลิกจ้างนายจ้างต้องจ่าย]]></category>
		<category><![CDATA[การจ้างออก]]></category>
		<category><![CDATA[การจ่ายค่าชดเชย เลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[การจ่ายชดเชยเลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[การชดเชยการเลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[การเลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[การเลิกจ้าง พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[การเลิกจ้างค่าชดเชย]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าชดเชย]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าชดเชย กรณี เลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าชดเชย กรณี เลิกจ้าง ต้องจ่ายภายในกี่วัน]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าชดเชย ตามกฎหมายแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าชดเชย เลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าชดเชยกฎหมายแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าชดเชยการเลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าชดเชยแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ค่าตกใจ กรณี เลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างออก ชดเชย]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างออกค่าชดเชย]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างออกจากงาน]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างออกจากงานชดเชย]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างออกจากงานชดเชยกี่เดือน]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างออกจ่ายกี่เดือน]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างออกจ่ายชดเชย]]></category>
		<category><![CDATA[จ้างออกเงินชดเชย]]></category>
		<category><![CDATA[จ่ายค่าชดเชยเลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[จ่ายเงินชดเชยเลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ชดเชย เลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ชดเชยกรณีเลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ชดเชยจ้างออก]]></category>
		<category><![CDATA[ชดเชยตามกฎหมายแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ถูก เลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ทนายแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[นายจ้าง ไม่จ่าย เงินเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[นายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย]]></category>
		<category><![CDATA[นายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยกรณีเลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เลิกจ้าง พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัทเลิกจ้างเงินชดเชย]]></category>
		<category><![CDATA[ปรึกษากฎหมายแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องกรมแรงงาน กรณีนายจ้าง ไม่จ่ายเงินเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้องศาลแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิเมื่อถูกเลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[อายุงานชดเชย]]></category>
		<category><![CDATA[เงินจ้างออกตามกฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[เงินชดเชย ตามกฎหมาย แรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เงินชดเชยกรณีปิดกิจการ]]></category>
		<category><![CDATA[เงินชดเชยการเลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[เงินชดเชยจ้างออก]]></category>
		<category><![CDATA[เงินทดแทนเลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกจ้าง]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกจ้าง ชดเชย]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกจ้าง ต้องระวัง]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกจ้าง พนักงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกจ้างจ่ายค่าชดเชย]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกจ้างชดเชยกี่เดือน]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกจ้างพนักงานชดเชย]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย]]></category>
		<category><![CDATA[เลิกจ้างไม่เป็นธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[โควิท 19]]></category>
		<category><![CDATA[โดนไล่ออก]]></category>
		<category><![CDATA[โดนไล่ออก จากงาน]]></category>
		<category><![CDATA[โดนไล่ออกจากงานกะทันหัน]]></category>
		<category><![CDATA[โดนไล่ออกจากงานได้เงินไหม]]></category>
		<category><![CDATA[ไล่ออก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://itthigorn.com/?p=337</guid>

					<description><![CDATA[<div class="entry-summary">
ในภาวะสถานการณ์โควิท-19 คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผลกระทบต่อทั้งลูกจ้างและนายจ้าง ซึ่งบางสถานประกอบการก็ไม่อาจที่จะแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหวทำให้ต้องมีการเลิกจ้างงานเพื่อลดค่าใช้จ่าย ซึ่งถ้าหากตกลงร่วมมือกันได้ แบ่งรับความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งสองฝ่ายย่อมเป็นเรื่องที่ดี การจ้างแรงงานนั้น บุคคลที่เป็นนายจ้างมีอำนาจเหนือกว่าลูกจ้างในหลายๆด้าน รัฐจึงได้ออกกฎหมายมาเพื่อกำหนดสิทธิขั้นพื้นฐานให้แก่ลูกจ้าง โดยให้นายจ้างมีหน้าที่ต้องทำตามเงื่อนไขต่าง ๆเพื่อคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างทั้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และพระราชบัญญัติว่าด้วยกฎหมายแรงงาน
</div><div class="link-more"><a href="https://itthigorn.com/language/th/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2/337/" class="more-link">Continue reading<span class="screen-reader-text"> &#8220;สิทธิต่างๆของลูกจ้างเมื่อถูกเลิกจ้างในสถานการณ์ covid-19&#8221;</span>&#8230;</a></div>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="has-text-align-left has-medium-font-size">บทความนี้เราจะพูดถึงว่าเมื่อลูกจ้าง ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างรายวัน ลูกจ้างรายสัปดาห์ ลูกจ้างรายเดือน หรือพนักงานบริษัท เมื่อถูกเลิกจ้างหรือโดนนายจ้างไล่ออก บังคับให้เซ็นต์ใบลาออก นอกจากค่าชดเชย หรือค่าตกใจ แล้วลูกจ้างหรือพนักงานเหล่านั้น มีสิทธิที่จะเรียกร้องอะไรได้บ้าง</p>



<p class="has-medium-font-size">ในภาวะสถานการณ์โควิท-19 คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผลกระทบต่อทั้งลูกจ้างและนายจ้าง ซึ่งบางสถานประกอบการก็ไม่อาจที่จะแบกรับภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหวทำให้ต้องมีการเลิกจ้างงานเพื่อลดค่าใช้จ่าย ซึ่งถ้าหากตกลงร่วมมือกันได้ แบ่งรับความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งสองฝ่ายย่อมเป็นเรื่องที่ดี การจ้างแรงงานนั้น บุคคลที่เป็นนายจ้างมีอำนาจเหนือกว่าลูกจ้างในหลายๆด้าน รัฐจึงได้ออกกฎหมายมาเพื่อกำหนดสิทธิขั้นพื้นฐานให้แก่ลูกจ้าง โดยให้นายจ้างมีหน้าที่ต้องทำตามเงื่อนไขต่าง ๆเพื่อคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างทั้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และพระราชบัญญัติว่าด้วยกฎหมายแรงงาน</p>



<p class="has-medium-font-size">จากสถานการณ์โควิท – 19 ในประเทศไทยมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น และได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในปัจจุบัน สถานการณ์ดังกล่าวหากเป็นเหตุสำคัญอันมีผลกระทบต่อการประกอบกิจการของนายจ้างจนทำให้นายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ ต้องหยุดประกอบกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนลงเป็นการชั่วคราว กฎหมายเปิดโอกาสให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของค่าจ้างในวันทำงานปกติที่ลูกจ้างได้รับก่อนหน้าที่นายจ้างจะหยุดกิจการ จ่ายจำนวนนี้ได้ตลอดระยะเวลาที่นายจ้างไม่ได้ให้ลูกจ้างทำงาน แต่ในการนี้นายจ้างต้องแจ้งให้ลูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงานทราบล่วงหน้าโดยทำเป็นหนังสือแจ้งก่อนวันเริ่มหยุดกิจไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ วิธีนี้อาจเป็นหนทางหนึ่งของสถานประกอบกิจการที่จะพยุงธุรกิจให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้โดยไม่ต้องเลิกจ้างหรือปิดตัวลง และหากเป็นเหตุสุดวิสัยทำให้ต้องหยุดกิจการ นายจ้างไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินก้อนนี้ แต่เงื่อนไขนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณีด้วย เพราะโดยตัวโควิท-19 เองไม่ใช่เหตุสุดวิสัย แต่ตัวมันทำให้เกิดเหตุสุดวิสัย ดังนั้นการอ้างต้องแสดงเหตุผลประกอบเสมอว่าเป็นเหตุสุดวิสัยอย่างไร เช่น โควิท-19 ทำให้นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ เพราะถูกรัฐบาลสั่งระงับการประกอบกิจการชั่วคราว เป็นต้น เมื่อการจ้างแรงงานเป็นสัญญาต่างตอบแทนการที่นายจ้างต้องหยุดกิจการเพราะเหตุสุดวิสัย ซึ่งเป็นเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดอันจะโทษฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ได้ ทำให้ลูกจ้างไม่สามารถชำระหนี้ด้วยการทำงานได้ นายจ้างจึงไม่ต้องชำระหนี้ด้วยการจ่ายค่าจ้างได้</p>



<p class="has-medium-font-size">การหยุดประกอบกิจการเป็นเวลานาน หรือ บริษัทไม่มีรายได้เป็นระยะเวลานาน แต่รายจ่ายในบริษัทยังคงดำเนินต่อไปเช่น ค่าเช่า ค่าจ้างพนักงาน หรืออื่น ๆ กิจการที่มีเงินสำรองไม่มากอาจจำต้องปิดตัวลง หรือจำเป็นที่จะต้องเลิกจ้างพนักงานของตนเพื่อให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ โดยทั่วไปนายจ้างสามารถเลิกจ้างลูกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวและไม่ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้แต่เฉพาะในกรณีตามที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น อันได้แก่ ลูกจ้างจงใจขัดคำสั่งของนายจ้างโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งของนายจ้างเป็นอาจิณ ละทิ้งการงาน(คือการขาดงานเกินสมควรและไม่มีเหตุผลอันสมควรติดต่อกันเกินสามวันทำงานไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่) หรือลูกจ้างกระทำความผิดอย่างร้ายแรง หรือการทำประการอื่นอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต ลูกจ้างทุจริตแก่หน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง หรือจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย หรือลูกจ้างประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง หรือ ลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ คำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว (ดูมาตรา 538 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119) ซึ่งหากไม่เข้ากรณีดังกล่าวมานี้แล้ว การเลิกจ้างลูกจ้างแม้จะเป็นเพราะเลิกกิจการ กฎหมายกำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่ที่จะต้องทำซึ่งเป็นสิทธิของลูกจ้างที่สามารถจะเรียกร้องจากนายจ้างได้ ดังต่อไปนี้</p>



<h1 class="wp-block-heading">สิทธิต่างๆของลูกจ้าง</h1>



<p class="has-medium-font-size">1. ในกรณีการเลิกจ้างลูกจ้างในสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ในที่นี้รวมถึงสัญญาจ้างทดลองงานด้วย(Probation) กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องบอกเลิกสัญญาจ้างโดยทำเป็นหนังสือเพื่อให้เกิดความชัดเจน และบอกกล่าวให้ลูกจ้างทราบ เมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดระยะเวลาการจ่ายค่าจ้าง เพื่อให้เป็นผลในการเลิกสัญญากัน เมื่อถึงกำหนดการจ่ายค่าจ้างครั้งถัดไป โดยที่นายจ้างอาจจะจ่ายเงินให้จนถึงระยะเวลาเลิกสัญญาแล้วให้ลูกจ้างออกจากงานทันทีก็ได้(ค่าชดเชยแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า)</p>



<p class="has-medium-font-size">2. ในกรณีที่เลิกจ้างลูกจ้างหลังจากที่ลูกจ้างได้ทำงานให้มาระยะหนึ่งแล้ว พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 กำหนดให้นาจจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง ดังตาราง</p>



<figure class="wp-block-table aligncenter is-style-stripes"><table><thead><tr><th></th><th class="has-text-align-center" data-align="center">ระยะเวลาการทำงาน</th><th class="has-text-align-center" data-align="center">ระยะเวลาขั้นต่ำในการนำมาคำนวณค่าชดเชย</th></tr></thead><tbody><tr><td>1</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">120 วัน &#8211;  แต่ไม่เกิน 1 ปี</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">30 วัน</td></tr><tr><td>2</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">ตั้งแต่ 1 ปี – แต่ไม่เกิน 3 ปี</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">90 วัน</td></tr><tr><td>3</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">ตั้งแต่ 3 ปี – แต่ไม่เกิน 6 ปี</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">180 วัน</td></tr><tr><td>4</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">ตั้งแต่ 6 ปี – แต่ไม่เกิน 10 ปี</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">240 วัน</td></tr><tr><td>5</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">ตั้งแต่ 10 ปี – แต่ไม่เกิน 20 ปี</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">300 วัน</td></tr><tr><td>6</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">ตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">400 วัน</td></tr></tbody></table><figcaption>ตารางค่าชดเชย</figcaption></figure>



<p class="has-medium-font-size">3.  เมื่อนายจ้างเลิกจ้าง หรือ แม้แต่ลูกจ้างเป็นฝ่ายเลิกสัญญาหรือลาออกเอง ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี(วันลาพักร้อน)ในปีที่เลิกจ้างด้วย ซึ่งตามกฎหมายกำหนดให้ปีหนึ่งลูกจ้างมีสิทธิได้รับวันหยุดพักผ่อนประจำปีได้อย่างน้อยปีละ 6 วันหากปีใหนไม่ได้หยุดสามารถทบไปหยุดปีถัดไปได้ และเมื่อสัญญาจ้างสิ้นสุดนายจ้างจะต้องจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ลูกจ้างเหลืออยู่ด้วย เหลือวันหยุดพักร้อนที่ไม่ได้ใช้เท่าไรเปลี่ยนมาเป็นเงินได้เท่านั้น ข้อนี้แม้ลาออกเองก็เรียกได้</p>



<p class="has-medium-font-size">4.  ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับจนถึงบอกเลิกสัญญา<br>การไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดดังกล่าวมา อาจมีทั้งโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท นอกจากนี้การที่นายจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าชดเชย นายจ้างต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ลูกจ้างในระหว่างเวลาผิดนัดไม่จ่ายค่าจ้างถึงในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี และมีการกำหนดค่าเสียหายในเชิงลงโทษไว้ด้วยในบางกรณีที่นายจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าชดเชย โดยจงใจและปราศจากเหตุผลอันสมควร เมื่อพ้นกำหนดเวลาเจ็ดวันนับแต่วันที่ถึงกำหนดจ่ายเงินให้กับลูกจ้าง นายจ้างต้องเสียเงินเพิ่มให้แก่ลูกจ้างสูงถึงร้อยละ 15 ของเงินที่ค้างจ่ายทุกระยะเวลาเจ็ดวัน</p>



<p class="has-medium-font-size">สถานการณ์ปัจจุบันสร้างความลำบากให้แก่ทั้งนายจ้างและลูกจ้าง กฎหมายนั้นไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหา ถ้าลูกจ้างไม่มีนายจ้างก็อาจจะไม่มีรายได้ในการดำรงค์ชีวิตต่อ ในเมื่อเราไม่สามารถรู้ว่าสถานการณ์นี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใดการได้เงินเพียงก้อนเดียวดังที่กล่าวมา แม้ได้ครบถ้วนก็อาจจะไม่เพียงพอ และในทางกลับกันหากนายจ้างไม่มีลูกจ้าง กิจการก็จะไม่สามารถดำเนินต่อไปได้เช่นกัน การแก้ปัญหาจึงต้องอาศัยความร่วมมือกันทั้งสองฝ่าย ดังนั้นก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะตัดสินใจทำอะไรลงไป ควรหันมาเจรจาหาข้อตกลงกันก่อนดีที่สุด เพื่อทำให้สามารถดำเนินชีวิตและผ่านพ้นช่วงวิกฤตินี้ไปได้ด้วยกันทั้งสองฝ่ายครับ</p>



<p class="has-medium-font-size"><a href="https://itthigorn.com/news/" target="_blank" aria-label="อ่านบทความอื่นๆของเรา (opens in a new tab)" rel="noreferrer noopener" class="rank-math-link">อ่านบทความอื่นๆของเรา</a></p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
